หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ภรรยาชาวคริสต์สมัยใหม่ ไม่สนใจวัฒนธรรมและคำสอนตามพระคัมภีร์

พิธี'เสกสมรส'วันนี้ผสาน'เก่า-ใหม่' 'เคต'ไม่ต้องสาบานจะ'เชื่อฟัง'สามี

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 1 พฤษภาคม 2554
รอยเตอร์/เอเอฟพี - ประชาชนจำนวนมากออกมากางเต็นท์กันในกรุงลอนดอน
ขณะที่พระราชวงศ์และแขกมีผู้เกียรติชาวต่างประเทศเดินทางด้วยเครื่องบินเข้ามาจากทั่วโลก
เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียม กับ เคต
มิดเดิลตัน ในวันนี้(28)
ซึ่งจะผสมผสานทั้งโบราณราชประเพณีและจิตสำนึกแบบยุคใหม่อันสะท้อนกาลสมัยปัจจุบัน
โดยที่หมายกำหนดการพระราชพิธีเผยว่า ฝ่ายเจ้าสาวจะไม่กล่าวสาบานว่าจะ
"เชื่อฟัง" สามี




เมื่อตอนเช้าวานนี้ เคต มิดเดิลตัน ผู้อยู่ในวัย 29 ปี
ได้เดินทางมาเข้าร่วมการซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้าย ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์
โดยที่มีเจ้าชายแฮร์รี พระอนุชาของเจ้าชายวิลเลียม
และทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวในพิธีเสกสมรส มาร่วมซ้อมด้วย บุคคลอื่นๆ
ที่เข้าร่วมซ้อมยังประกอบด้วย สมาชิกบางคนในครอบครัวของว่าที่เจ้าสาว,
คณะเพื่อนเจ้าสาว, และมหาดเล็กเด็กชา

ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีที่นำออกมาเผยแพร่ แสดงให้เห็นว่า
เคตซึ่งคบหากับเจ้าชายวิลเลียมมานานถึง 8 ปี จะกล่าวสาบานเพียงว่า
"จะรัก, คอยปลอบโยน, ยกย่อง และมั่นคง" ต่อเจ้าชาย ทว่าไม่มีคำว่า
"เชื่อฟัง"

เจ้าหญิงไดอานา พระมารดาของเจ้าชายวิลเลียม ก็ได้ทรงละคำว่า
"เชื่อฟัง" ในบทสาบานตนระหว่างพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลสเมื่อปี
1981 ขณะที่พระราชวงศ์อื่นๆ รวมถึงสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
ทรงกล่าวคำนี้ในพิธีอภิเษกสมรสเหมือนกันทั้งสิ้น


คำสอนของคริสตชนเกี่ยวกับ เรื่องสามีและภรรยา จากพระธรรมเอเฟซัสบทที่ 5

22ฝ่ายภรรยาจงยอมฟังสามีของตน เหมือนยอมฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า23เพราะว่าสามีเป็นศีรษะของภรรยาเหมือนพระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ และพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคริสตจักร

24คริสตจักรยอมฟังพระคริสต์ฉันใดภรรยาก็ควรยอมฟังสามีทุกประการฉันนั้น 25ฝ่ายสามีก็จงรักภรรยาของตนเหมือนอย่างที่พระคริสต์ทรงรักคริสตจักรและทรงประทานพระองค์เองเพื่อคริสตจักร

26เพื่อจะได้ทรงทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์ โดยการทรงชำระด้วยน้ำและพระวจนะ 27เพื่อพระองค์จะได้มีคริสตจักรที่มีสง่าราศีไม่มีตำหนิริ้วรอยหรือมลทินใดๆเลยแต่บริสุทธิ์ปราศจากตำหนิ

28เช่นนั้นแหละสามีจึงควรจะรักภรรยาของตนเหมือนกับรักกายของตนเอง ผู้ที่รักภรรยาของตนก็รักตนเอง 29เพราะว่าไม่มีผู้ใดเกลียดชังเนื้อหนังของตนเอง มีแต่เลี้ยงดูและทนุถนอม เหมือนพระคริสต์ทรงกระทำแก่คริสตจักร 30เพราะว่าเราเป็นอวัยวะแห่งพระกายของพระองค์

31เพราะเหตุนี้ผู้ชายจึงจะละบิดามารดาของตนไปผูกพันอยู่กับภรรยาและเขาทั้งสองจะเป็นเนื้ออันเดียวกัน



โคโลสี บทที่ 3 ข้อ 18-19
ฝ่ายภรรยาจงยอมฟังสามีของตนซึ่งเป็นการสมควรในองค์พระผู้เป็นเจ้า
19ฝ่ายสามีก็จงรักภรรยาของตนและอย่ามีใจขมขื่นต่อนาง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ