หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Good news from Napal


Mary Rink, a Messianic Jew, a friend of mine, from Napal sent me this email and I would like to share with all or God's people.

Subject: UNVEILING THE FACE OF GOD
Date: Sun, 28 Aug 2011 15:50:09 +0530

Dear Friends,
What a thrill to write and share with you what GOD is releasing in Nepal this year breaking forth into next Spring as He poured down into my spirit a vision to raise up 200 banners to proceed through the streets of Kathmandu April 1-3 2012

God is at work in this nation of Nepal, we have just experienced three weeks in the glory zone as revival fires broke lose in a Nepali congregation led by a Ps Adam from England. We witnessed a tremendous outpouring of the Holy Spirit in great measures which left Nepali believers desiring more of His presence and being aware that there is a need for the presence of GOD to be aparent in this Nation.



วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ประวัติการส่งมิชชันนารีไปประกาศนอกประเทศของคนไทย

การส่งมิชชั่นนารีไปต่างแดน

ในบรรดาการเข้าสู่สากลทั้งหมดที่คริสตจักร ไทยมีส่วน สิ่งที่ถือว่าก้าวหน้าที่สุดก็คือการส่งมิชชันนารีคนไทยไปทำพันธกิจในต่าง ประเทศ เป็นที่น่าขอบคุณพระเจ้าที่คริสตจักรไทยหลายแห่งมีภาระใจในพันธกิจด้านนี้ มากขึ้นเรื่อยๆ
ค.ศ.1956-1958 คริสตจักรมารานาธา ได้ส่งมิชชันนารีไทยไปประเทศลาว 2 ปี
ค.ศ.1957 คริสตจักรไมตรีจิต ส่งคนไปประกาศกับชาวจีนฮ่อที่เชียงราย ต่อมาได้ส่งเลยเข้าไปในพม่าด้วย


วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Poeple in the Bible from 9 year old boy

This little boy is so good at the bible. He tells about famous people in the Bible. His speech is very good and I think God will lead him in every thing he does.



May God bless you.

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ความเชื่อของคริสเตียนเกย์ เลสเบี้ยน คนแปลงเพศ Transgendered Christians


การใช้พระคัมภีร์เพื่อสนับสนุนความเชื่อของคริสเตียนเกย์ เลสเบี้ยน คนแปลงเพศ

Advocacy Criticism of

Gay and Lesbianism and Trans-gendered Christian Groups

        ปัจจุบันคริสต์ศาสนาได้แผ่อิทธิพลเข้าสู่ทวีปต่างๆ ทั่วโลก  มีคริสเตียนหลายคณะ หลายนิกาย แต่ละคณะนิกายมีหลากหลายทั้งความเชื่อและการปฎิบัติศาสนกิจ  คณะต่างๆ มีความแตกต่างกันไปตามความคิด ความเชื่อ และการตีความหมายของพระคัมภีร์  แต่ละฝ่ายแต่ละคณะต่างอ้างคำสอนตามพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ตามการตีความหมายและการปรับใช้ข้อพระธรรมต่างๆ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่คณะหรือกลุ่มของตนเพื่อหาแนวร่วม หาพรรคพวกเพื่อพวกเขาจะสามารถขยายเครือข่ายคณะของตนให้เพิ่มมากขึ้นอันจะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ ชื่อเสียงความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยของคณะของตน
        ในพระธรรมโรมบทที่ 1 ข้อที่ 24-27 ท่านเปาโลผู้เป็นอัครฑูตของพระเยซูคริสต์ได้กล่าวต่อต้านการปฎิบัติที่ผิดไปจากธรรมชาติหรือพระประสงค์ของพระเจ้าเกี่ยวกับเรื่องเพศไว้ดังนี้

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ของขึ้น ครอบครู สักยัณห์ เวทมนต์

ของขึ้น ใครที่เคยมีของขึ้น ใครเคยไปทำไสยศาสตร์ สักยันห์ รับมนต์ รับเจ้า รับองค์
รับมาแล้วตอนแรก ดูดี มีความสุข มั่นใจว่ามีฤทธิ์มีเดช  ตอนหลังรู้ว่า จิตใจ อารมณ์มีอาการแปลกๆ เป็นหวัดบ่อย  ปวดหลัง ปวดไหล่ เจ็บป่วยไม่ทราบสาเหตุ

ผมขอแนะนำให้มาเอาออกที่เรานะครับ เราเอาออกโดยอาศัยฤทธิ์อำนาจแห่งคำอธิษฐานในพระนามพระเยซูเจ้า 






สิ่งที่คนที่เรียกตัวเองว่า อาจารย์ให้ใส่ให้คนนั้นไม่ใช่องค์อะไรสักอย่าง ที่จริง หากท่านลองนึกทบทวนดูให้ดี วิญญาณที่เขาเอามาใส่ให้เรา คือวิญญาณอะไรกันแน่  ทำไมทำท่าเหมือนสัตว์ต่าง เช่น เลื้อยไปเหมือนงู ทำท่าเหมือนลิง กระทิง  เสือ  จิ้งจกเก้าหาง หรือสัตว์ร้ายต่างๆ วิญญาณของเราไม่สูงกว่าวิญญาณสัตว์ร้ายเหล่านี้หรือ ทำไมต้องเอาของแบบนี้มาอยู่ในร่างกายของตนเอง

ในความเข้าใจของเราสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้มีฤทธิ์อำนาจที่สามารถทำให้ใครหลุดพ้นบาปได้  คนที่หลงไปเสาะแสวงหาสิ่งเหล่านี้ วันหนึ่งต้องพบกับความเจ็บป่วย ความทุกข์ทรมานตลอดชีวิต เมื่อใดที่หยุดกราบไหว้วิญญาณเหล่านี้จะทำร้ายเอา บางคนก่อนตายจะทุรนทุรายอย่างแสนสาหัส เสียค่ารักษาเป็นเดือนๆ หมดเนื้อหมดตัว  ไม่รู้ว่าตัวเองป่วยเพราะมีวิญญาณมาอยู่ด้วย

Tag: ของขึ้น พ่อแก่ ฤาษีตาไฟ สักยัณห์  ครอบครู แก้มนต์ ทำโชคลาภ  เสกคาถา หมอดู ทำนาย  แก้กรรม แก้ซวย  ล้างบาป  นอนในโลง  ต่ออายุ ปลดปล่อยและเยียวยา  รักษาโรค แพทย์ทางเลือก ป่วยเรื้อรัง รักษายาก โรคประหลาด วิธีการรักษาโรค หนูกันภัย อาจารย์หนู อาจารย์สักยัณห์  ยาเสน่ห์  น้ำมันพราย  วิธีทำให้ผัวรัก  วิธีทำให้คนเกลียดกัน วิธีทำให้คนรักกลับมา  วางยาพิษ  เสกของ

อ่านเรื่องเกี่ยวกับการปลดปล่อย

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Spirits of God and Spirits of Satan


HOW TO RECOGNIZE EVIL SPIRITS

1. Discerning of spirits, word of knowledge and word of wisdom: three gifts of the Holy Spirit.
2. Names claimed by demons which describe their work: such as anger - to make angry.
3. Counterfeiting and imitating spirits of God (spirit of divination for word of knowledge).
4. Synonyms for evil spirits (Roget's Thesaurus).
5. Personality of demon (soul - mind, will and emotions). Just like you are except it does not have a physical body.
6. Cause demons to manifest and identify their names and characteristics (spiritual warfare).
7. Detection by common symptoms or problems: emotional, mental, speech, sex, addictions, physical and religious (false religions, Christian cults, occult and spiritism, false doctrine) (Pigs In The Parlor, "Seven Ways To Determine The Need For Deliverance").


วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ความล้มเหลวของศาสนาคาทอลิก Catholics become minority

น่า เศร้า! ผลสำรวจประชากรแคว้นบาวาเรีย (แคว้นที่ Pope BXVI ประสูติ .. แคว้นนี้ เมืองหลวงคือ "มิวนิค") ปรากฏว่า เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คาทอลิกกลายเป็นคนกลุ่มน้อยของแคว้น โดยคริสตังทิ้งวัดและประกาศตนไม่มีศาสนาเกินกว่า 50% สาเหตุสำคัญมาจากคนผิดหวังกับการประพฤติตนของพระสงฆ์และปัญหาสงฆ์ล่วงละเมิดทางเพศ นอกจากนี้ ในเยอรมนี ถ้านับถือศาสนา ต้องเสียภาษีบำรุงศาสนาด้วย

 http://bit.ly/m3xpC0

A survey reveals how the church formerly led by Ratzinger in the wealthy region of Bavaria, the German Catholic stronghold, has lost almost 25.000 worshipers who have left the Roman Catholic Church


วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เชื่อศาสนาที่ผิดพลาดทำให้สูญเสียชีวิตก่อนวััยอันควร


เดอะซัน – สาวอังกฤษ วัย 22 ปี ต้องจบชีวิตลงอย่างเศร้าสลด หลังเสียเลือดมากจากการให้กำเนิ

ดลูกชายหญิงฝาแฝด แต่ไม่ยอมรับเลือดจากโรงพยาบาล เพราะต้องการปฏิบัติตามความเชื่อของศาสนาพยานพระยะโฮวาห์ (Jehowah Witness) ที่อ้างหลักคำสอนที่บัญญัติไว้ในคัมภีร์ไบเบิลอย่างเคร่งครัด

เอ็มม่า กอช วัย 22 ปี จากเมืองเทลฟอร์ด ชร็อปไชร์ของอังกฤษ ได้ให้กำเนิดลูกฝาแฝดเมื่อคืนวันอังคาร (25) ที่ผ่านมา โดยก่อนที่จะเข้าห้องคลอด เอ็มม่าได้ยืนยันในแบบฟอร์มของโรงพยาบาลว่าเธอไม่ยินยอมที่จะรับการให้เลือด ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น


วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การไล่ผีแบบของคาทอลิก How to cast out demons by Chatolic preasts.


การไล่ผีแบบคาทอลิก

การไล่ผีมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่?
 
ธรรมเนียมการไล่ผีนั้นมีมาตั้งแต่ยุคแรกของพระศาสนจักรแล้ว มีหลักฐานบันทึกเรื่องการไล่ผีหรือจิตชั่วที่ชัดเจนในพระคัมภีร์ คือเมื่อพระเยซูเจ้าไล่ผีหรือจิตโสโครกจากคนที่ถูกผีสิง (มก.1.21-28 มธ.12.22-23) พระองค์ไล่ผีจากเด็กชายคนหนึ่ง (มธ. 17.14-27) หลังจากที่พระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์แล้ว ธรรมเนียมการไล่ผีก็ยังมีอยู่ในนพระศาสนจักรเรื่อยมา

ความหมายของการไล่ผีในพระคัมภีร์

ความเข้าใจเกี่ยวกับผีของคนไทย Knowing Thai beliefs in Spirits and Demons.

มหาธรรม เรื่อง การเลี้ยงผี บูชาเทวดา รับขันธ์ องค์ใน ต่างกันไฉน

มีคำกล่าวว่า รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
ในบทความนี้ ผมไม่มีเจตนาจะส่งเสริมสถาบันผี หรือวิญญาณร้ายใดๆ แต่ต้องการเปิดเผยถึงสิ่งที่คนไทยเชื่อ คนไทยเรียนรู้ องค์ความรู้เกี่ยวกับผี ผมจึงขออนุญาตเจ้าของบทความเอามาลงไว้ตรงนี้ เพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษาเรื่องผีๆ ต่อไป

ประเพณี การเลี้ยงผี, บูชาเทวดา, รับขันธ์ และองค์ใน มีอยู่ในวัฒนธรรมไทย ที่มักถูกมองว่างมงาย แต่สำหรับผู้ที่ศึกษาเรื่องจิตวิญญาณอย่างจริงจังกลับพบต่างไป ดังนี้


วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ดูกันชัดๆ วิธีการอธิษฐานขับวิญญาณไสยศาสตร์ที่มากับการสักยัณห์



ไม่สงวนลิขสิทธิ ไม่ใช่วิธีการใหม่ เป็นวิธีการที่พระเยซูสั่งให้ผู้เชื่อแท้ทำเพื่อสำแดงพระเดชานุภาพในพระนามพระเยซูเจ้า



ฝ่ายพระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกว่า “เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก [ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน] [[***ผู้ใดเชื่อและรับบัพติศมาแล้วผู้นั้นจะรอด]] [[แต่ผู้ใดไม่เชื่อจะต้องปรับโทษ]]

{{{มีคนเชื่อที่ไหนหมายสำคัญเหล่านี้จะบังเกิดขึ้นที่นั้น}}}

[ คือเขาจะขับผีออกโดยนามของเรา ]

[เขาจะพูดภาษาแปลกๆ]

[เขาจะจับงูได้]

[ ถ้าเขากินยาพิษอย่างใด จะไม่เป็นอันตรายแก่เขา]

[[และเขาจะวางมือบนคนไข้คนป่วย แล้วคนเหล่านั้นจะหายโรค”]]


ครั้นพระเยซูเจ้าตรัสสั่งเขาแล้ว พระเจ้าก็ทรงรับพระองค์ให้ขึ้นสู่ฟ้าสวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า พวกสาวกเหล่านั้นจึงออกไปเทศนาสั่งสอนทุกแห่งทุกตำบล และพระเป็นเจ้าทรงร่วมงานกับเขาและทรงสนับสนุนคำสอนของเขา โดยหมายสำคัญที่ประกอบนั้น]

More ดูวิดีโอคลิปคำพยานจากคนที่หายโรคต่างๆ ในพระนามพระเยซู

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

กระทรวงวัฒนธรรม ห้ามสักรูปเทพฯ



เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)
เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุ

กรรมการศูนย์ปฏิบัติการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติ
ว่าที่ประชุมหารือถึงประเด็นการร้องเรียนเกี่ยวกับการสักภาพ (Tattoo)
พระพุทธรูป และรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาอื่นๆ บนร่างกายที่ จ.ภูเก็ต
ซึ่ง วธ.ได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.)
ภูเก็ตลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลตามสถานประกอบการในเบื้องต้น
พบข้อมูลที่น่าตกใจว่าชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
ส่วนใหญ่สนใจสักรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาทิ พระพุทธรูป พระคเณศวร เป็นต้น
ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น แขน ขา ข้อเท้า หน้าอก เป็นต้น
ซึ่งไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมอันดีงามในสังคมไทย
และกระทบต่อความรู้สึกความศรัทธาที่มีต่อศาสนา


วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

พ่อโต๋ นักดนตรีเอก เชื่ออะไร

ชายคนเดียวกันนี้ คนรุ่นหนึ่งเรียกเขาว่า “พี่ต้อง แกรนด์เอ็กซ์” แต่คนยุคนี้รู้จักเขาในนาม "พ่อโต๋-ศักดิ์สิทธิ์” ชายคนเดียวกันนี้ผูกพัน กับดนตรีมาทั้งชีวิต แล้วยังถ่ายเลือดศิลปินเต็มขั้นให้กับลูกชายคนเก่ง เขาเรียกพรสวรรค์ทางคีตศิลป์นี้ว่า "ของขวัญจากพระเจ้า"




หากร้องเพลงรักในซีเมเจอร์ “แอบรักเธออยู่ในใจ เก็บหัวใจไว้ที่เธอ…” ได้จนจบเพลง คงไม่ต้องบอกว่า นคร เวชสุภาพร เป็นใครหนอ?

แต่คนที่เกิดมาช้าไปสักหน่อย คงอยากจะสัมผัสตัวตนผู้ชายคนนี้ มากกว่าเป็นผู้ให้กำเนิดศิลปินหนุ่มหน้าใสแก้มป่อง “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์”

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

How to break the generation curses by Derek Prince.

After I read one of the books that Dereck Prince wrote named " They shall expel demons", I was really moved by his powerful teaching. But later I found many video clips from the same author, Dereck Prince so I want to share so that you can understand more in deliverance ministry.



Shalom, and may Jesus bless you.

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วันสิ้นโลกล้มเหลวหรือ


มะ​กัน​ยกขบวนเย้ยสถานีวิทยุ แพร่คำทำนาย "โลกแตก"

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2554

May 23, 2011, 6:33am

ชาวสหรัฐฯจำนวนหนึ่ง รวมตัวกันหน้าสถานีวิทยุ
ซึ่งเผยแพร่คำทำนายวันสิ้นโลก 21 พ.ค.ที่ผ่านมา
เพื่อร้องรำทำเพลงและล้อเลียน
กรณีที่ไม่เกิดเหตุร้ายแรงตามที
่ประกาศไว้...

ชาว​เมือง​โอ๊ค​แลนด์ ใน​รัฐ​แคลิฟอร์เนีย​ ประเทศ​สหรัฐฯ ประมาณ 100 คน
ชุมนุม​กัน​บริเวณ​หน้า​สถานี​วิทยุ "​แฟ​มิ​ลี่ เรดิ​โอ อินเตอร์
เนชั่นแนล" ซึ่ง​ก่อตั้ง​โดย​นาย​แฮโรลด์ แคมพ์ปิง ชาวอเมริกัน อายุ 89
ปี ผู้​เผยแพร่​ความ​เชื่อ​เรื่อง​วัน​สิ้น​โลก เมื่อ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา
เพื่อ​สังสรรค์​และ​ร้อง​รำ​ทำ​เพลง​ล้อเลียน​นาย​แคมพ์​ปิง ที่​ไม่​เกิด
เหตุ​ร้ายแรง​ตาม​คำ​ทำนาย​ ซึ่ง​สถานี​วิทยุ​แฟ​มิ​ลี่ เรดิ​โอฯ พยายาม
เผยแพร่​ข้อมูล​มา​นาน​นับ​เดือน​ว่า​ เวลา 06.00 น. วัน​ที่ 21 พ.ค.
ค.ศ.2011 เป็น “วัน​สิ้น​โลก” ตาม​ที่​บันทึก​ไว้​ใน​พระ​คัมภีร์​ไบเบิล
ฉบับ​เก่า และ​ผู้​ที่​ศรัทธา​ใน​พระเจ้า​เพียง 200 ล้าน​คน​เท่านั้น
ที่​จะ​ได้​รับ​การ​ปลดปล่อย พ้น​จาก​ความ​ทุกข์​ทรมาน จน​เมื่อ​เวลา
ผ่าน​ไป​จนถึง 18.00 น. ตาม​เวลา​ท้องถิ่น​ และ​ไม่​มี​เหตุ​ร้าย​ใด​ๆ
เกิด​ขึ้น ผู้​ชุมนุม​จึง​เริ่ม​ต้น​เฉลิม​ฉลอง​วัน​สิ้น​โลก โดย​ผู้เข้า​ร่วม​บาง​คน​แต่ง​กาย​เลียนแบบ​พระเยซู​และ​นักบวช​ใน​ศาสนา​ต่างๆด้วย

ด้าน​นาง​มา​รี เอ็กซ์​ลีย์ โฆษก​ของ​สถานี​วิทยุ​แฟ​มิ​ลี่ เรดิ​โอฯ
ซึ่ง​รับผิดชอบ​การ​กระจายเสียง​ และ​เผยแพร่​ความ​เชื่อ​เรื่อง​วัน​สิ้น
โลก​ใน​อิสราเอล จอร์แดน และ​เลบานอน ยืนยัน​ว่า คำ​ทำนาย​เรื่อง​วัน
สิ้น​โลก​เป็น​ความ​จริง แม้​จะ​ไม่​มี​สิ่ง​ใด​ร้ายแรง​เกิด​ขึ้น​ใน​วัน
ที่ 21 พ.ค. เพราะ​จารึก​คำ​ทำนาย​ไม่ได้​ระบุ​เวลา​และ​ปี​ที่​จะ​เกิด
เหตุการณ์​ใน​วัน​สิ้น​โลก​ที่​แน่นอน แต่​เชื่อ​ว่า​พระผู้เป็นเจ้า
กำลัง​ทดสอบ​ความ​ศรัทธา​ของ​มนุษย์

ขณะ​ที่​สื่อ​ใน​สหรัฐฯ ระบุ​ว่า ย​อด​บริจาค​เงิน​แก่​สถานี​วิทยุ​แฟ​มิ
ลี่ เรดิ​โอฯ ใน​ปี​ที่​ผ่าน​มา มี​จำนวน​มาก​กว่า 18.3 ล้าน​ดอลลาร์
(ราว 549 ล้าน​บาท) ทำให้​นาย​แคม​พ์ปิง​สามารถ​ใช้​จ่าย​เงิน​เพื่อ​ขึ้น
ป้าย​โฆษณาชวนเชื่อ​เรื่อง​วัน​สิ้น​โลก​ได้​มาก​ถึง 5,000 แห่ง​ทั่ว​โลก


ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวต่างประเทศ
23 พฤษภาคม 2554,

ดูภาพ
http://www.thairath.co.th/content/oversea/173376

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

คริสเตียนยิว นมัสการพระเจ้าแบบนี้

คนยิวที่เป็นคริสเตียนเขานมัสการพระเจ้าด้วยการเต้นรำ
คริสเตียนไทยได้หรือเปล่า หลายคนทำไม่ได้ เพราะไม่ได้ฝึกมากกว่า

บันทึกความทรงจำการรวมตัวของคริสเตียน ปี 2011

บันทึกภาพวีดีโอคลิป งานชุมนุมคริสเตียน คอนเกรซ 7.5



ขอพระเจ้าอวยพระพร

โดยพระเจ้าเราทำได้ นำคนไทยมารอดบาป พ้นเวรกรรม

วีดีโอคลิป แนวการประกาศข่าวประเสริฐ และการจัดกิจกรรมคริสตจักรบ้าน



ขอพระเจ้าเสริมกำลังนักประกาศและผู้รับใช้พระเจ้าที่มีไฟทุกท่านนะครับ

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ตำแหน่ง บุญราศรี คืออะไร

เรียนพี่น้องชาวคริสตชน

ช่วงนี้มีข่าวโปรโมทเกี่ยวกับ การแต่งตั้ง อดีตสันตะปาปา องค์หนึ่งเป็น
"บุญราศรี"
เนื่องจากมีข่าวลือว่า วิญญาณ หรือศพ
หรืออะไรบางอย่างของนักบวชชาวคริสต์ที่ตายไปแล้วสามารถทำปาฏิหาริย์ได้
หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นความดี ที่ทำให้เขาเหมาะสมเป็นบุญราศรี

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

แม่ชีทศพร แก้กรรมด้วยการเสียตัวกับเด็กสองครั้ง

คำสอนพิลึกพิลั่น ของแม่ชีที่มีความสามารถในการแก้กรรม
วิธีการแก้กรรมของแม่ชีคือให้ไปมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก 2 ครั้ง




ให้ยอมมีเพศสัมพันธ์กับเด็กสองครั้งแล้วจะแก้กรรมได้
ดูเพิ่มเติม
http://news.mthai.com/general-news/111669.html

รัฐมนตรีวัฒนธรรม ให้สัมพาษณ์กรณีแก้กรรมของแม่ชี

ภรรยาชาวคริสต์สมัยใหม่ ไม่สนใจวัฒนธรรมและคำสอนตามพระคัมภีร์

พิธี'เสกสมรส'วันนี้ผสาน'เก่า-ใหม่' 'เคต'ไม่ต้องสาบานจะ'เชื่อฟัง'สามี

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 1 พฤษภาคม 2554
รอยเตอร์/เอเอฟพี - ประชาชนจำนวนมากออกมากางเต็นท์กันในกรุงลอนดอน
ขณะที่พระราชวงศ์และแขกมีผู้เกียรติชาวต่างประเทศเดินทางด้วยเครื่องบินเข้ามาจากทั่วโลก
เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียม กับ เคต
มิดเดิลตัน ในวันนี้(28)
ซึ่งจะผสมผสานทั้งโบราณราชประเพณีและจิตสำนึกแบบยุคใหม่อันสะท้อนกาลสมัยปัจจุบัน
โดยที่หมายกำหนดการพระราชพิธีเผยว่า ฝ่ายเจ้าสาวจะไม่กล่าวสาบานว่าจะ
"เชื่อฟัง" สามี

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554

ไสบาบาตายแล้ว

"ไส บาบา"กูรูชื่อก้องโลกเสียชีวิ
ตแล้ว


คมชัดลึก : สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (24 เมย.) ว่าศรี
สัทยา ไส บาบา ผู้นำทางจิตวิญญาณชาวอินเดีย ชื่อก้องโลก
เสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลวที่สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ชั้นสูงศรี สัทยา
ไส ในเมืองพุทธปาตี รัฐอันตระประเทศ ทางตอนใต้ของอินเดีย
ซึ่งเป็นบ้านเกิดของไส บาบา
หลังจากเข้ารับการรักษาตัวโดยใช้เครื่องช่วยหายใจตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา


ชาวอินเดียผู้ศรัทธาหลายพันคนที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของไสบาบา
มารวมตัวกันที่โรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่รักษากูรูโดยตำรวจต้องใช้เครื่องกีด
ขวางสกัดฝูงชน โดยศพของไส บาบา จะตั้งอยู่จนถึงวันอังคาร (26 เมย.)
ก่อนที่จะนำไปทำพิธีต่อไป

 ชื่อเสียงของ ไส บาบา เป็นที่โด่งดังไปทั่วโลกเมื่อประมาณ 2
ทศวรรษที่แล้ว ในฐานะผู้วิเศษที่สามารถเสกสิ่งของจากอากาศธาตุ เช่น
ก้อนทอง นาฬิกาโรเล็กซ์ และ ของมีค่าอื่นๆ และมีผู้ศรัทธาไส บาบา ทั่วโลก
พร้อมทั้งมีการตั้งโบสถ์ไส บาบา ใน 126 ประเทศทั่วโลก

 นายมานโมฮัน ซิงห์ นายกรัฐมนตรีอินเดีย
กล่าวว่าประชาชนทั่วประเทศจะรำลึกถึงการสิ้นชีวิตของไส บาบา
ผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ศรัทธาทั้งมวล "ไส บาบา
เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณให้กับผู้ศรัทธานับล้าน
ในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณธรรมและมีคุณค่า
ภายใต้แนวคิดแห่งการค้นหาความเป็นจริง ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ให้ความรักแก่ผู้อื่น และไร้ความรุนแรง

 เชื่อกันว่าศรี สัทยา ไส บาบา เป็นอวตารของ ไส บาบา แห่งเมืองชาร์ดี้
ที่เสียชีวิตในปี 2461
 ไส บาบา ยังได้เป็นผู้นำในการจัดตั้งกองทุนด้านสุขภาพ
และโครงการการศึกษาในอินเดีย
เพื่อช่วยเหลือคนยากจนให้ได้รับการรักษาเพิ่มเติมไปจากการรักษาขั้นพื้นฐาน
โดยได้รับเงินบริจาคจากผู้ศรัทธาจำนวนมาก รวมทั้งนายไอแวค เบอรืตัน
ทิเกรท อดีตเจ้าของเชนภัตตาคารฮารืด ร็อค คาเฟ่
ที่ได้บริจาคเงินรายได้จำนวนมากเข้ากองทุนของไส บาบา

 จากนั้นกองทุนของไส บาบา ยังได้จัดทำโครงการน้ำดื่ม พิพิธภัณฑ์ หอดูดาว
และ อาศรมสำหรับเครือข่ายของผู้ศรัทธาทั่วโลก

 ก่อนหน้านี้ไส บาบา ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศกับหนุ่มน้อยผู้ศรัทธา
แต่คดีก็เงียบลงไป โดยกลุ่มตรงข้ามกล่าวหาว่าเป็นเพราะอิทธิพลทางการเมือง
และความนิยมในตัวไส บาบา ทำให้คดีเงียบหายไป

http://www.komchadluek.net/detail/20110425/95625/%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7.html


--
นอกจากผมจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์แล้ว ผมยังทำกิจกรรมพิเศษ คืออธิษฐานเผื่อคนเจ็บป่วยที่รักษายาก หรือเป็นๆ หายๆ อาการหนักไหล่ หนักหลัง ปวดทุกชนิด ขับวิญญาณ ช่วยปลดปล่อยคนออกจากความกลัว อาการทางจิตที่ติดตัว อาการถูกวิญญาณรบกวน สิ่งเหล่านี้ฟังดูเหมือนเหลวไหล หากท่านสนใจเรื่องนี้ลองอ่านบันทึกกิจกรรม ความคิดเห็น ข้อสังเกตและประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ 

My ministry is to help people who are suffering from serious sickness, incurable diseases and many other problems caused by unseen unknown causes, or powers. 

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554

Easter or Passover ทำไมคริสเตียนต้องมีวันอีสเตอร์ ทำไมต้องไปสุสาน



Why do some Christian sects cerebrate Easter?
Is it a true Christian festival or a mixed festival?
Are Christians allowed to follow the samples of ungodly people?



จงระวังตัวว่าท่านจะไม่หลงติดตามเขา ภายหลังจากที่เขาถูกทำลายต่อหน้าท่านแล้วนั้น และท่านจงระวังตัวว่าจะไม่ไต่ถามเรื่องพระของเขาโดยกล่าวว่า 'ประชาชาตินี้นมัสการพระของเขาอย่างไร เพื่อเราจะกระทำด้วย'
ฉธบ 12.30

การนมัสการพระเจ้าแบบคริสเตียนยิว

ศาสนาคริสต์ไปรับอิทธิพลการกราบไหว้บูชาวิญาณผี และรูปเคารพจากศาสนจักรโรมันโบราณ ที่กษัตริย์ได้สั่งให้ทุกคนเป็นคริสเตียน  พวกนับถือผีและรูปเคารพจึงเปลี่ยนวิธีการนมัสการพระเจ้าให้เป็นพิธีกรรมที่น่าเบื่อดูเคร่งครึม จนทำให้การไปนมัสการพระเจ้ากลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ

แท้จริงคริสเตียนเริ่มแรกมาจากชาวยิว  ตอนนี้คนยิวที่เป็นคริสเตียนเขายังนมัสการพระเจ้าแบบคริสเตียนเริ่มแรก  ดูซิการนมัสการพระเจ้าเป็นเรื่องน่าสนุก และน่าชื่นชมยินดีขนาดไหน
อยากให้คริสเตียนที่ชอบอนุรักษ์ของเก่า คิดว่าพิธีกรรมอันน่าเบื่อคือวิธีการเข้าถึงพระเจ้าให้หันกลับมาหาของที่เก่าจริงๆ ดีกว่า



กลับไปหน้าแรก HOME

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

What is Hypocrite?

Ephesians 4:11-12 (NKJV) 11 And He Himself gave some to be apostles, some prophets, some evangelists, and some pastors and teachers, 12 for the equipping of the saints for the work of ministry, for the edifying of the body of Christ,

Matthew 23:15 (NKJV) 15 “Woe to you, scribes and Pharisees, hypocrites! For you travel land and sea to win one proselyte, and when he is won, you make him twice as much a son of hell as yourselves.

“Hypocrites” is used of someone acting in a play. [“Actors” in Greek]. Actors wore exaggerated, painted masks intended to represent the characters they played. The Gospels portray religious hypocrites as persons who act with calculation intended to impress observers, focus on external trappings of religion and ignore the central, heart issues of love for God and others, and who use spiritual talk to hide base and corrupt meanings. This chapter is a blunt warning to hypocrites of every era.
Dear friends, thanks once again for standing together with us and praying for us. Last week a team of four [including a pastor who shepherds his community] visited us from Indonesia to spend time with us. Thanks to Pastor Abraham Gan for providing them housing during their stay in Penang. During their time here they interviewed me before their camera. One of the questions put before me is “Is the modern church relevant to the World?”
My answer was “NO” and “YES”. Whether it is the institutional church or church that meets in the house, Charismatic, Pentecostal, and Conservative they are not relevant to the world. “YES” to the Church of Jesus Christ a remnant who is making an impact upon the world. They are like Jesus and His Disciples out there in the marketplace functioning as they should [with room for improvement and growth].
Many of our local churches everywhere [North, south, east and west] are taught and trained to function within the four walls of a building that they call “church”. What God and I are looking for is “the salt of the earth” and “the light of the world” functioning out there in the real world. I desire to see Christian lawyers, judges, businessmen, policemen, soldiers, politicians and road sweepers [to name a few] living, working, and succeeding [ living in line with The Word of God] out there in the marketplace. We desire to see families in the world transformed.
If the love of God, discipline, faith, selflessness, prayer [to name a few] is not seen in Christian families [Pastors and their members] than they cannot bring transformation to the families in the world. They cannot be relevant to the community around them.  
Matthew 28:18-20 (NKJV) 18 And Jesus came and spoke to them, saying, “All authority has been given to Me in heaven and on earth. 19 Go therefore and make disciples of all the nations, baptizing them in the name of the Father and of the Son and of the Holy Spirit, 20 teaching them to observe all things that I have commanded you; and lo, I am with you always, even to the end of the age.” Amen.
I am longing for the day to see every member of the local church walking with authority and power [the local church pastor has taught, trained, activated and released them into the marketplace], and making disciples and baptizing them in the marketplace. I am longing for the day to see prayer as a lifestyle. Prayers are offered in the homes and the marketplace daily [not just one day in the church building]. 
My friends if my writing provokes you please forgive me because that is not my main intention but desire to see repentance and change taking place first of all in Pastors and then church members.
Latest itinerary
Malaysia

17/4           Sunday Service –EFNC –Penang
12/5           Thursday Service EWC in Kulim –Kedah

Malaysian Churches who need our ministry please contact us at 048277554 or 0165318276

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2554

เผาคัมภีร์จนเป็นเหตุฆ่ากันตาย

จลาจลแค้นเผาคัมภีร์ 'อัล-กุรอาน' ตายเจ็บเพียบ

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ.2554


April 4, 2011, 6:10am


มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็
บจำนวนมาก
จากเหตุประท้วงเผาคัมภีร์อัล-กุรอาน
ของชาวมุสลิมที่โบสถ์คริสต์ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ
จลาจลลามถึงอัฟกานิสถานตำรวจต้องยิงปืนขึ้นฟ้าสลายฝูงชน...

มีผู้เสียชีวิตอีกอย่างน้อย 9 คน บาดเจ็บ 73 คน
ในการจลาจลท่ีเมืองกันดาฮาร์ทางภาคใต้อัฟกานิสถานเมื่อ 2 เม.ย.
เพื่อประท้วงการเผาคัมภีร์อัล-กุรอาน
ของชาวมุสลิมที่โบสถ์คริสต์ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เมื่อ 20 มี.ค.
ซึ่งผู้เผาคือบาทหลวงเวย์น แซปป์ โดยมีบาทหลวงเทอร์รี่ โจนส์
ผู้อ้ือฉาวที่พยายามเผาคัมภีร์อัล-กุรอาน ในวันครบรอบ 9 ปีของเหตุการณ์
9/11 เมื่อปีที่แล้วเป็นผู้กำกับ
ผู้ประท้วงยังเผารถยนต์ทั่วเมืองกันดาฮาร์ ที่มั่นของกลุ่ม "ตาลีบัน"
ตำรวจต้องยิงปืนขึ้นฟ้าสลายฝูงชนที่พยายามบุกสำนักงานของสหประชาชาติ
(ยูเอ็น) และรัฐบาลท้องถิ่น

ก่อนหน้านี้ 1 วัน เกิดจลาจลประท้วงการเผาคัมภีร์ฯ
ที่เมืองมาซาร์-ไอ-ชารีฟ ทางภาคเหนือ
โดยสำนักงานยูเอ็นถูกโจมตีจากฝูงชนที่ถูกแทรกซึมโดยกลุ่มหัวรุนแรง
การปะทะกันทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 คน บาดเจ็บ 20 คน
ผู้เสียชีวิตรวมทั้งเจ้าหน้าท่ียูเอ็นชาวสวีเดน นอร์เวย์ เบลเยี่ยม
และรปภ.ชาวกุรข่าจากเนปาล 4 คน ซึ่งยิงผู้ประท้วงตายด้วย 5 คน
นับการโจมตียูเอ็นครั้งนี้รุนแรงที่สุดตั้งแต่ทัพพันธมิตรบุกโจมตีอัฟกานิสถานเมื่อปี
2544 ข่าวบางกระแสระบุเหยื่อถูกฆ่าตัดหัวด้วย 2 คน
ทั้งยังมีการประท้วงในเมืองอื่น ๆ ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา
แห่งสหรัฐฯ และนายบัน กี มุน เลขาธิการยูเอ็นประณามผู้ก่อเหตุอย่างรุนแรง

อนึ่ง เมื่อ 2 เม.ย.คนร้าย 3 คนซึ่งสวมชุดคลุมและเสื้อกั๊กติดระเบิด
บุกโจมตีฐานทัพองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
ท่ีชานกรุงคาบูลด้วย แต่ถูกยิงตายก่อนบุกเข้าไปในฐานทัพ.

ไทยรัฐออนไลน์
โดย ไทยรัฐออนไลน์
4 เมษายน 2554, 00:15 น.


--
นอกจากผมจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์แล้ว ผมยังทำกิจกรรมพิเศษ คืออธิษฐานเผื่อคนเจ็บป่วยที่รักษายาก หรือเป็นๆ หายๆ อาการหนักไหล่ หนักหลัง ปวดทุกชนิด ขับวิญญาณ ช่วยปลดปล่อยคนออกจากความกลัว อาการทางจิตที่ติดตัว อาการถูกวิญญาณรบกวน สิ่งเหล่านี้ฟังดูเหมือนเหลวไหล หากท่านสนใจเรื่องนี้ลองอ่านบันทึกกิจกรรม ความคิดเห็น ข้อสังเกตและประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ 

My ministry is to help people who are suffering from serious sickness, incurable diseases and many other problems caused by unseen unknown causes, or powers. 

ปฏิเสธพระเยซูแล้วรอดตาย

หัวหน้ายูเอ็นในเมืองที่อัฟกานิ
สถานต้องอ้างว่าเป็นมุสลิมเพื่อเอาชีวิตรอด

วันอาทิตย์ ที่ 03 เม.ย. 2554


คาบูล 3 เม.ย. -
เจ้าหน้าที่สหประชาชาติกล่าวต่อผู้สื่อข่าวในอัฟกานิสถานว่า
ผู้อำนวยการสำนักงานสหประชาชาติในเมืองมาซาร์อีชารีฟ
รอดชีวิตจากเหตุโจมตีเมื่อวันศุกร์มาได้ เพราะอ้างตัวว่าเป็นชาวมุสลิม

ผู้แทนพิเศษยูเอ็นเล่าว่า
แม้ผู้อำนวยการสำนักงานยูเอ็นชาวรัสเซียซึ่งไม่ได้เปิดเผยชื่อรอดชีวิตมาได้
แต่ก็ถูกทุบตีและได้รับการปล่อยตัวออกมา  ขณะเจ้าหน้าที่ชาวยุโรปอีก 3 คน
เสียชีวิตจากเหตุชุมนุมประท้วงรุนแรง
ซึ่งคาดว่ามีกลุ่มติดอาวุธแทรกซึมในกลุ่มผู้ชุมนุมที่อัฟกานิสถานเพื่อประท้วงการเผาคัมภีร์อัลกุรอ่านในสหรัฐ
.- สำนักข่าวไทย


--
นอกจากผมจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์แล้ว ผมยังทำกิจกรรมพิเศษ คืออธิษฐานเผื่อคนเจ็บป่วยที่รักษายาก หรือเป็นๆ หายๆ อาการหนักไหล่ หนักหลัง ปวดทุกชนิด ขับวิญญาณ ช่วยปลดปล่อยคนออกจากความกลัว อาการทางจิตที่ติดตัว อาการถูกวิญญาณรบกวน สิ่งเหล่านี้ฟังดูเหมือนเหลวไหล หากท่านสนใจเรื่องนี้ลองอ่านบันทึกกิจกรรม ความคิดเห็น ข้อสังเกตและประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ 

My ministry is to help people who are suffering from serious sickness, incurable diseases and many other problems caused by unseen unknown causes, or powers. 

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

พระประสงค์ของพระเจ้า โดย อ.สมศักดิื ชูสงฆ์




AGAPE
13 มีนาคม 2554
คำเทศนา โดย อาจารย์สมศักดิ์ ชูสงฆ์


พระประสงค์ของพระเจ้า

 ลูกา 10: 38-42

38 เมื่อพระองค์กับเหล่าสาวกกำลั
งเดินทางไป
พระองค์จึงทรงเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่ง
ชื่อมารธาต้อนรับพระองค์ไว้ในเรือนของเธอ

39 มารธามีน้องสาวชื่อมารีย์
และมารีย์ก็นั่งใกล้พระบาทพระเยซูฟังถ้อยคำของพระองค์ด้วย

40 แต่มารธายุ่งในการปรนนิบัติมาก จึงมาทูลพระองค์ว่า "พระองค์เจ้าข้า
พระองค์ไม่สนพระทัยหรือ
ซึ่งน้องสาวของข้าพระองค์ปล่อยให้ข้าพระองค์ทำการปรนนิบัติแต่คนเดียว
ขอพระองค์สั่งเขาให้มาช่วยข้าพระองค์"

41 แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบเธอว่า "มารธา มารธาเอ๋ย
เธอกระวนกระวายและร้อนใจด้วยหลายสิ่งนัก

42 สิ่งซึ่งต้องการนั้นมีแต่สิ่งเดียว
มารีย์ได้เลือกเอาส่วนดีนั้นใครจะชิงเอาไปจากเธอไม่ได้ "

 พระประสงค์ของพระเจ้า

1. พระเจ้าต้องการให้เรามีชีวิตที่บริสุทธิ์เป็นอันดับ 1
เพราะพระองค์มีชีวิตที่บริสุทธิ์

   "ความสุขจะเป็นของบุคคลที่มีใจบริสุทธิ์เท่านั้น"

2. พระเจ้าต้องการให้เรามีชีวิตเหมือนพระเยซู
เมื่อเราติดสนิทกับพระเยซูโดยการอ่านพระคัมภีร์ (Bible) การอธิษฐาน
จะเกิดความไพบูลย์และได้รับผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยอัตโนมัติ

3. พระเจ้าต้องการให้เรามีชีวิตที่เกิดผลโดยการพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์

4. พระเจ้าต้องการให้เราได้รับพรและเป็นพรต่อผู้อื่น

5. พระเจ้าต้องการให้เราเชื่อฟังพระเยซู เมื่อเราเชื่อฟัง เราจะได้รับพร
(พร 5 ชนิด)



พร 5 ชนิด ( 5Ps )

1. Peace of God

  พระคุณและสันติสุขจะมาสู่เราโดยอัตโนมัติเมื่อเราเชื่อฟัง(ต้อนรับ)พระเยซู

2. Power of God

  ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าจะรับรองในสิ่งที่เราพูด
ประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซู (กิจการ 1: 8)

  "จงมีชีวิตอยู่เพื่อประกาศ ยิ่งประกาศ จะยิ่งได้รับการเปลี่ยนแปลง"

3. Presence of God

   - ถ้าเราอธิษฐาน (pray) พระคำพระเจ้า
เราจะเป็นเหมือนต้นไม้ที่อยู่ริมน้ำ ชุ่มฉ่ำ และมีความสุข

    - ถ้าเราอธิษฐาน (pray) พระคำพระเจ้า เราจะเหมือนความสว่าง
ไปไหนก็ไม่มีความมืด

4. Provision of God

  มีส่วนกับคนของพระเจ้า อธิษฐานเผื่อเขา

5. Protection of God

  การพิทักษ์รักษาของพระเจ้าเกิดขึ้นเมื่อ...

1)   ถวายสิบลดคืนพระเจ้า

2)  สัตย์ซื่อในการรักษาสัตย์ เช่น การมาโบสถ์
เพราะการมาโบสถ์คือการตั้งใจจะเชื่อฟัง

      คุณจะได้ทุกอย่างนี้ โดยการอ่านพระคัมภีร์ (Bible) พระวาทะ
พระวัจนะของพระเจ้า เพราะความเชื่อเกิดจากการอ่าน การเห็นและการได้ยิน

 การลับต่อพระเจ้าไม่มี :
พระองค์ทรงเห็นทุกอย่างและทรงสัตย์ซื่อในคำสัญญา ถ้าเราทำอย่างสัตย์ซื่อ
พระองค์จะประทานบำเหน็จและพระพรต่อเรา

    " จงยึดพระเจ้า และพระองค์จะยกชูเราให้สูงขึ้น, ยิ่งห่างจากพระเจ้า
เราจะยิ่งตกต่ำลง "

     " พระเจ้าทรงเลือกเราเพื่อร่วมมือและช่วยเราในการปรนนิบัติพระองค์
เราต้องพึ่งพาพระองค์ อย่าทำอะไรด้วยกำลังของตนเอง "


--
นอกจากผมจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์แล้ว ผมยังทำกิจกรรมพิเศษ คืออธิษฐานเผื่อคนเจ็บป่วยที่รักษายาก หรือเป็นๆ หายๆ อาการหนักไหล่ หนักหลัง ปวดทุกชนิด ขับวิญญาณ ช่วยปลดปล่อยคนออกจากความกลัว อาการทางจิตที่ติดตัว อาการถูกวิญญาณรบกวน สิ่งเหล่านี้ฟังดูเหมือนกับการโกหก หากท่านสนใจเรื่องนี้ลองอ่านบันทึกกิจกรรม และความคิดเห็น ประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ 

My ministry is to help people who are suffering from serious sickness, incurable diseases and many other problems caused by unseen unknown causes, or powers. 

Fwd ลัทธิซาตาน"ในหมู่หนุ่มสาว ระบาด

---------- จดหมายที่ถูกส่งต่อ ----------
จาก: ข่าวคริสตชน <kaochristian.editor@gmail.com>
วันที่: 31 มีนาคม 2554, 20:04
หัวเรื่อง: www.KaoChristian.com วาติกันเผยอินเตอร์เนทแพร่ระบาด"ลัทธิซาตาน"ในหมู่หนุ่มสาว ชี้เดือดร้อน"พระไล่ผีอาชีพ"หนัก
ถึง: "ส่งข่าว christianthai@googlegroups.com" <christianthai@googlegroups.com>


วาติกันเผยอินเตอร์เนทแพร่ระบาด"ลัทธิซาตาน"ในหมู่หนุ่มสาว
ชี้เดือดร้อน"พระไล่ผีอาชีพ"หนัก

วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ว่า คาร์โล คลิมาติ
สมาชิกมหาวิทยาลัยสังกัดวาติกัน
และสมาชิกผู้เชี่ยวชาญด้านอันตรายที่เกิดกับหนุ่มสาวจากลัทธิซาตาน
กล่าวก่อนการประชุมของสำนักวาติกัน ระบุว่า
กระแสสนใจลัทธิซาตานและลัทธิลึกลับทางอินเตอร์เนท
ได้ส่งผลให้พระไล่เป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้น
โดยกระแสนิยมในลัทธิฝักใฝ่ซาตานได้เพิ่มมากขึ้นชนิดเกินความคาดหมายอย่าง
อันตรายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา



นายคาร์โลเผยด้วยว่า ตามปกติแล้วในทางทฤษฎี พระใด ๆ
ก็สามารถทำหน้าที่ขับไล่ผีสิงร่างมนุษยได้ แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ปรากฎว่า เนื่องจากเกิดเหตุการณผีสิงมากขึ้น
ทำให้พระท้องถิ่นทั่วไปต้องเรียกพระไล่ผีระดับมืออาชีพมาทำหน้าที่ขับไล่ผี
โดยบุคคลที่ถูกซาตานเข้าเข้าสิง มักจะมีอาการประหลาด เช่น เสียงเปลี่ยน
หรือจู่ ๆ สามารถพูดภาษาอื่นได้ และภาษาที่ฟังเข้าใจยาก
และว่าขณะนี้วาติกันอยู่ในสภาพต้องเฝ้าระวัง
เพราะมีพระอาชีพไล่ผีในจำนวนจำกัด
ขณะที่อินเตอร์เนทได้กลายเป็นแหล่งเพิ่มพูนซาตานขึ้น
เพราะผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับลัทธิซาตานและลัทธิลึกลับได้มากขึ้น
และอย่างรวดเร็ว



นอกจากนี้ พระระดับสูงองค์หนึ่งระบุด้วยว่า เมื่อปีที่แล้ว
ปีศาจซาตานยังเหิมกร้าวถึงขั้นบุกวาติกัน
ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์โรมันคาธอลิก โดยเข้าสิงบุคคลบางราย
ทำให้เหยื่ออาเจียนออกมาเป็นแก้วและเศษเหล็ก กรีดร้อง น้ำลายไหล
และพูดจาลบหลู่พระเจ้า และต้องถูกควบคุมตัวทางร่างกาย

 http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1301549164&grpid=03&catid=03

--
หากเรื่องใดอ่านแล้วรู้สึกว่าเนื้อความถูกตัดไปก่อนจบสมบูรณ์ อ่านต่อได้โดยคลิกที่หัวข้อข่าวนั้นๆ
ดูข้อมูลอีกมากมายที่ "ข่าวคริสตชน" www.KaoChristian.com
ศูนย์ข่าวแวดวงคริสตชนทุกคณะนิกาย เสรี
ขณะนี้ยอดสมาชิกรับข่าวรายวัน  8,980 คน / Facebook 5,000 คน

*ส่งข่าว/บทความ/คำติชม มาที่กองบรรณาธิการ  kaochristian.editor@gmail.com  (ดูรายละเอียดของวิธีส่งข้อมูล: คลิก http://groups.google.com/group/christianthai?hl=en)
*สมัครรับข่าวให้ตนเองและผู้อื่น / ยกเลิกข่าว โดยแจ้ง email เหล่านั้นมาที่ email นี้เช่นกัน
*เฟซบุ๊ค:  facebook.com/kaochristian

ข่าวคริสตชนเป็นเวทีเสรีและเปิดกว้างในการแสดงความคิดเห็น
จึงไม่อาจรับผิดชอบต่อความคิดเห็นใด ๆ ของท่านสมาชิก

โปรดสนับสนุนข่าวคริสตชนด้วยการถวายหรือโฆษณา
เพื่อให้สามารถรับใช้ท่านต่อไปได้ (ดูรายละเอียดที่ www.KaoChristian.com )
ขอขอบคุณผู้สนับสนุนด้วยการถวายและโฆษณาทุกท่าน



--
นอกจากผมจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์แล้ว ผมยังทำกิจกรรมพิเศษ คืออธิษฐานเผื่อคนเจ็บป่วยที่รักษายาก หรือเป็นๆ หายๆ อาการหนักไหล่ หนักหลัง ปวดทุกชนิด ขับวิญญาณ ช่วยปลดปล่อยคนออกจากความกลัว อาการทางจิตที่ติดตัว อาการถูกวิญญาณรบกวน สิ่งเหล่านี้ฟังดูเหมือนกับการโกหก หากท่านสนใจเรื่องนี้ลองอ่านบันทึกกิจกรรม และความคิดเห็น ประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ 

My ministry is to help people who are suffering from serious sickness, incurable diseases and many other problems caused by unseen unknown causes, or powers. 

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

ครั้งหนึ่งที่ผมเคยทำเพื่อลูกหลานคริสเตียนไทยในวันคริสต์มาส



พี่น้องชาวคริสต์คงไม่ค่อยมีใครกล้าและบ้าบิ่นแบบผมหรอก คริสเตียนที่เป็นครูก็มีมากมายทั่วประเทศไทย แต่ยังไม่มีใครกล้าทำ    แต่ผมทำไปแล้ว และเก็บไว้หลายปี เพื่อจะบอกชาวคริสต์ว่า ประเทศไทยเขามีระเบียบห้ามโรงเรียนจัดกิจกรรมอะไร ที่ทำให้นักเรียนลาหยุดในวันคริสตมาสไม่ได้แล้ว

ผมสังเกตมาหลายปีว่า ทำไมโรงเรียนรัฐบาลหลายโรงเรียน แม้ว่าจะมีครูที่จบการศึกษาระดับสูง  บางคนเคยเรียนโรงเรียนคริสเตียน แต่ พอเขามาทำงาน เขาไม่เคยคิดถึงวันคริสตมาสเลย พวกเขาจัดสอบวันที่ 25 ธันวาคม มาตลอด ผมมีลูกหลายคน ผมสังเกตมาหลายปี ทนไม่ไหว ส่งจดหมายถึง เจ้านายใหญ่ของกระทรวงศึกษา สำนักการการศึกษาขั้นพื้นฐานเสียเลย

ผลปรากฎว่า ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 เป็นต้นมา โรงเรียนในจังหวัดต่างๆ ไม่จัดสอบวันที่ 25 ธันวาคมอีกเลย  ขอบพระคณุ พระเจ้าและ คุณหญิงกษมา ที่ช่วยให้ลูกหลานคริสเตียนได้ไปโบสถ์ในวันคริสต์มาสได้
 
To:
  From: kasamvar@emisc.moe.go.th (kasamvar@emisc.moe.go.th)

Sent:
  Wed 12/03/08 6:30 AM
reewat mu (reewat@hotmail.com)

Re:  ขอความเมตตา  เด็กอยากลาวันคริสต์มาสก็ทำไม่ได้

ส่วนบนของฟอร์ม
เรียน ท่านผู้ปกครอง
ดิฉันได้รับทราบแล้ว ขอขอบคุณที่ส่งข่าวให้ทราบ พร้อมนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีหนังสือถึง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตทุกเขต เรื่อง การอนุญาตให้นักเรียนลาหยุดเพื่อร่วมกิจกรรม วันสำคัญทางศาสนา เพื่อให้แจ้งไปยังสถานศึกษา
ในเขตพื้นที่ทราบและถือปฏิบัติ ตามหนังสือที่ส่งมาด้วยพร้อมนี้
 คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


----- Original Message -----
จาก: "Reewat Mu"
ถึง: kasamvar@emisc.moe.go.th
ส่ง: วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008, 17 นาฬิกา 43 นาที 35 วินาที
หัวเรื่อง: ขอความเมตตา เด็กอยากลาวันคริสต์มาส ก็ทำไม่ได้

เรื่อง ร้องเรียนโรงเรียนที่มีตารางสอบตรงกับวันที่ 25 ธ.ค.
กราบเรียน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา
 
            เนื่องจาก กระผมเป็นผู้ปกครองนักเรียนคนหนึ่งที่ได้รับความกดขี่และ ความไม่เป็นธรรมจากทางโรงเรียนรัฐบาลหลายๆ โรงเรียนเป็นเวลาหลายปี สืบเนื่องมา ทั้งที่สิ่งนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร    และตัวกระผมเองไม่มีเจตนา และไม่อยากจะรบกวนท่านเลยแต่ก็จำใจ   จำเป็นต้องกราบเรียนมาเพื่อทราบ เพื่อท่านจะได้รับทราบขอเท็จจริงที่เกิดขึ้นเนืองๆ เสมอมา  กระผมขอสรุปความสั้นๆ ดังนี้
            โรงเรียนรัฐบาลหลายแห่งในจังหวัดxxxอาทิ  โรงเรียนxxxxxวิทยาคม โรงเรียนxxxวิทยาคม   และอาจมีโรงเรียนอื่นๆ อีกหลายโรง ที่กระผมไม่ทราบ หรืออาจมีในจังหวัดอื่นๆ อีกมาก   ได้กระทำการโดยไม่ได้คำนึงถึงการกดขี่ทางด้านศาสนา และส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจแก่ชาวคริสเตียนทั่วไป   ซึ่งในจังหวัดxxx มีประชาชนที่นับถือคริสต์อยู่จำนวนไม่น้อย   นักเรียนรอบนอกส่วนหนึ่งเป็นชาวเขา และชาวบ้านทั่วไปที่นับถือคริสต์ ได้มาเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐบาล   
                      แต่ปรากฏว่า โรงเรียนต่างๆ ได้จัดสอบกลางภาคตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม เกือบทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงสัปดาห์ที่ ต้องมีการจัดการสอบกลางภาคพอดี   ปีนี้โรงเรียนหลายๆ โรงเรียนในจังหวัดxxx อาทิ โรงเรียนxxมัคxxวิทยาคมซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ ก็ประกาศออกมาในแผนปฏิบัติงานของโรงเรียนแล้ว ว่าจะจัดสอบในวันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันคริสต์มาสพอดี

            ทำไมหรือ ?   ท่านครับ   พวกเราชาวคริสเตียนในรอบหนึ่งปี เรามีเพียงวันเดียวที่สำคัญที่สุดทางศาสนาคริสต์   เป็นวันที่พวกเราทุกคนจะต้องไปโบสถ์ และทางคริสตจักรเองมีการจัดวันคริสต์มาสทุกปี การจัดงานก็ไม่ได้จัดสำหรับเด็กๆ ชาวคริสต์เท่านั้นแต่ยังเลี้ยงอาหาร ขนม และทำกิจกรรมต่างๆ   เพื่อให้ความสุขสำหรับเด็กๆ และชุมชนทุกปี แต่ประเทศไทยมีการเอื้อเฟื้อแก่ศาสนาพุทธอย่างมากเนื่องจากคนส่วนใหญ่ของประเทศนับถือพุทธ  

                       มีวันหยุดของทางราชการที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธปีหนึ่งหลายวัน และเด็กๆ ชาวคริสต์ของเราต้องถูกบังคับ ขืนใจให้ไปวัด   ไปทำกิจกรรมต่าง ที่เราไม่อยากทำ ต้องเข้าสวดมนต์ในการอบรมค่ายพุทธบุตร หรืออะไรต่างๆ  และพวกเราก็ยอมปฏิบัติตามแต่โดยดี เนื่องจากพระเจ้าของเราสอนให้เราเชื่อฟังเจ้านายและผู้มีอำนาจ พวกเราจึงไม่ได้ทำการเดินขบวน หรือประท้วงใดๆเลย  

                        ท่านครับ พวกเราขอพึ่งบารมีของท่าน   หากเป็นไปได้ หากท่านจะแจ้งขอร้องเรียนนี้   ไปยังโรงเรียนต่างๆ ว่าหากฝ่ายวิชาการของโรงเรียนรัฐบาลจะใช้วิจารณญาณสักนิด   ได้โปรดผ่อนผันให้เด็กๆ ชาวคริสต์ที่จะสามารถไปร่วมกิจกรรมวันคริสต์มาส โดยจัดวันสอบไม่ให้ตรงกับวันที่
25 ธันวาคม  เพื่อเด็กชาวคริสเตียนที่เป็นคนไทยเหมือนกัน    จะสามารถลาได้ในวันนี้เพื่อเด็กและครูอาจารย์ที่เป็นชาวคริสต์จะสามารถลาหยุดสักหนึ่งวันเพื่อจะสามารถไปจัดคริสต์มาสร่วมกันอย่างมีความสุข     แทนที่เด็กๆ และครูชาวคริสเตียนจะไม่สามารถลาได้เลยในวันที่ 25 ธันวาคม เพราะมันเป็นวันสอบของโรงเรียน   หากลาก็จะมีความยุ่งยากและปัญหาต่างๆ เกิดแก่ทั้งโรงเรียนและเด็กเอง

            กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านที่ได้มีเมตตารับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้น้อยมาตลอด   ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านให้มีความสุข ความเจริญยิ่งๆ ขึ้น อันเนื่องจากกุศลจิตที่ท่านได้มีเมตตาต่อ ชนกลุ่มน้อยที่นับถือพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่ของชาวโลก คือพระเยซูคริสต์ เนื่องจากวันคริสต์มาสเป็นวันเกิดของท่าน และปีหนึ่งเราก็มีวันนี้เท่านั้นที่ทุกคนต้องการไปนมัสการพระเจ้าและมีความสุขกัน

            ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ควรมิควรแล้วแต่ท่านจะพิจารณา
ผู้ปกครองนักเรียน
  (Rice Evangelist )

  0873553xxx

มหาตมะคานธีเป็นเกย์

ตะลึง เผยหนังสือชีวประวัติอ้าง "คานธี" เป็นไบเซ็กช่วล ทิ้งภรรยาไปอยู่กับชายคนรัก

วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

 "เดลี่ เมล์"รายงานเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ว่า หนังสือชีวประวัติของมหาตมะ
คานธี เขียนโดยโจเซฟ เลวีวัลด์ ชื่อเรื่อง"จิตวิญญาณอันยิ่
งใหญ่:มหาตมะ
คานธี และการต่อสู้เพื่ออินเดีย"ได้ระบุเนื้อหาส่วนหนึ่ง อ้างว่า มหาตมะ
คานธี มีพฤติกรรมเป็นไบเซ็กช่วล
และได้ทิ้งภรรยาไปอยู่กับนักเพาะกล้ามชาวยิวชื่อเฮอร์มาน คัลเลนบัค
ซึ่งถือกำเนิดในเยอรมัน แต่อพยพไปอยุ่แอฟริกาใต้
และกลายเป็นสถาปนิกที่ร่ำรวย

หนังสือชีวประวัติดังกล่าวระบุว่า
คานธีได้ทำงานที่แอฟริกาใต้และได้สนิทสนมกับนายคัลเลนบัค
และทั้งสองได้อยู่ร่วมกันเป็นเวลา 2 ปี ในบ้านที่ฝ่ายหลังสร้างขึ้น
และได้คำมั่นสัญญาแก่กันว่า พวกเขาจะรักกันมากขึ้น
และหวังว่าโลกจะไม่ล่วงรู้ความสัมพันธ์ของพวกเขา และว่า ในวัย 13 ปี
คานธีได้แต่งงานกับหญิงอินเดียนามคาสเตอร์ไบ มาคานจิ วัย 14 ปี
และมีลูกด้วยกัน 4 คน ก่อนจะแยกทางกัน

หนังสือชีวประวัติเล่มนี้ยังระบุว่า
คานธีได้เรียกชื่อตัวเองว่า"สภาสูง"และเรียกนายคัลเลนบัคว่า"สภาล่าง"และได้สัญญากับคนรักชายของเขาว่า
เขาจะไม่มองผู้หญิงอื่นในเชิงกามารมณ์ และเขากล่าวว่า เขาคิดว่า
การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายและหญิงเป็นเรื่องน่าเกลียด อย่างไรก็ตามในปี
1914 คานธีและคัลเลนบัคก็ต้องแยกทางกัน
เมื่อคานธีกลับไปยังอินเดียบ้านเกิด
โดยเพื่อนชายของเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าอินเดียเพราะอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
และทำให้ทั้งสองต้องติดต่อกันผ่านจดหมาย

นอกจากนี้ คานธียังเขียนจดหมายบอกเล่าความปรารถนาที่ไม่สิ้นสุดของตัวเอง
และขนานนามอดีตภรรยาของเขาว่าเป็นหญิงที่ร้ายที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา
ไม่เพียงเท่านั้น ชีวประวัตินี้ระบุด้วยว่า แม้แต่ในช่วงวัย 70 ปี แล้ว
คานธีได้หลับนอนกับเหลนวัย 17 ปี และผู้หญิงอื่น
แต่เขาพยายามระงับความตื่นเต้นทางอารมณ์ และครั้งหนึ่งเขาเคยพูดว่า
อวัยวะเพศของเขาเสื่อมสมรรถภาพ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ทั้งแปลกและน่าอับอาย


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1301287867&grpid=03&catid=03

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

How God trains His loved ones

The Chicken And The Egg

Whenever trouble comes your way, let it be an opportunity for joy. For when your faith is tested, your endurance has a chance to grow. So let it grow, for when your endurance is fully developed, you will be strong in character and ready for anything (James 1:2-4, NLT).

Dear Friends,

The little boy was so excited as he and his mother waited for signs of life from the chicken egg they hoped would soon hatch.

The mother hen had left the nest, busy caring for other newborn, and they decided they had better put this egg in a box with a light in it, to keep it warm. They waited and waited, and finally they heard the first tiny tap and the chick began to peck on the eggshell to be set free.

The little chick pecked and pushed and pushed and pecked. The little boy felt so sorry for him and wanted to help. It would be so easy to just quickly crack open the shell and let him out. But the mother cautioned him, explaining that it was important for the chick to have to work hard to get out of the shell so that his body would later be strong enough to survive outside the shell. Leaving him alone and letting him work his way out was actually an act of love.

That is the way our heavenly Father feels toward us. He sees the many challenges which we face. And all He would have to do is just speak a word and all our problems and challenges would be solved. But He knows best. He knows that allowing us to work through them, and "peck our way through our challenges," so to speak, will enrich our lives in the long run.

God is in the character-developing business, and our trials help develop us into what he wants us to be.

James refers to this process when he says, "Consider it pure joy, my brothers, whenever you face trials of many kinds, because you know that the testing of your faith develops perseverance. Perseverance must finish its work so that you may be mature and complete, not lacking anything" (1:2-4, NIV).

Peter speaks of the same thing, referring to your "...inheritance that can never perish, spoil or fade -- kept in heaven for you, who through faith are shielded by God's power until the coming of the salvation that is ready to be revealed in the last time. In this you greatly rejoice, though now for a little while you may have had to suffer grief in all kinds of trials. These have come so that your faith -- of greater worth than gold, which perishes even though refined by fire -- may be proved genuine and may result in praise, glory and honor when Jesus Christ is revealed (1 Peter 1:4-7, NIV).

Because of God's loving and benevolent plan and purposes for us, Paul could write, "Give thanks in all circumstances, for this is God's will for you in Christ Jesus" (1 Thessalonians 5:18, NIV).

Yours for helping to fulfill the Great Commission each year until our Lord returns,

Bill Bright



--
นอกจากผมจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์แล้ว ผมยังทำกิจกรรมพิเศษ คืออธิษฐานเผื่อคนเจ็บป่วยที่รักษายาก หรือเป็นๆ หายๆ อาการหนักไหล่ หนักหลัง ปวดทุกชนิด ขับวิญญาณ ช่วยปลดปล่อยคนออกจากความกลัว อาการทางจิตที่ติดตัว อาการถูกวิญญาณรบกวน สิ่งเหล่านี้ฟังดูเหมือนกับการโกหก หากท่านสนใจเรื่องนี้ลองอ่านบันทึกกิจกรรม และความคิดเห็น ประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ 

My ministry is to help people who are suffering from serious sickness, incurable diseases and many other problems caused by unseen unknown causes, or powers. 

Sitting On Top Of Riches

Sitting On Top Of Riches

So don't be afraid, little flock. For it gives your Father great happiness to give you the Kingdom (Luke 12:32, NLT).

Dear Friends,

During the Depression, a man named Ira Yates was living in poverty, unaware that he was one of the richest men in the world.

He owned a large sheep ranch and due to his poverty was in danger of losing it because he could not afford to pay the interest on his bank loan and his property tax.

One day an oil company gained Mr. Yates' permission to drill a wildcat test well, believing there was a rich reservoir of oil on the property. Soon they discovered the one of the largest oil pools in the world.

Although he was a billionaire, Mr. Yates had lived for years in poverty. The day he purchased the land he received with it all the oil and mineral rights. It was all his, but he didn't know the oil was there, and thus he lived in great need.

I do not know of a better illustration for the Christian. Like Mr. Yates, many Christians are ignorant of their rights and resources and as a result are living in spiritual poverty.

Actually, there are two great tragedies in history: (1) that many have rejected God's Son and all the incalculable riches that accompany our adoption by God through Him; and (2) many have chosen to trust in Christ for their eternal salvation but live a life of poverty, ignorant of their inheritance, in this life and beyond.

Here are a few examples:

"Praise be to the God and Father of our Lord Jesus Christ, who has blessed us in the heavenly realms with every spiritual blessing in Christ" (Ephesians 1:3, NIV).

"I pray also that the eyes of your heart may be enlightened in order that you may know the hope to which he has called you, the riches of his glorious inheritance in the saints" (Ephesians 1:18, NIV).

"Although I am less than the least of all God's people, this grace was given me: to preach to the Gentiles the unsearchable riches of Christ" (Ephesians 3:8, NIV).

"God will meet all your needs according to his glorious riches in Christ Jesus" (Philippians 4:19, NIV).

If you are a believer, don't be like Ira Yates and sit in ignorance on top of your riches in Christ, while living in spiritual poverty! You are a child of the King. "You do not have, because you do not ask God. When you ask, you do not receive, because you ask with wrong motives" (James 4:2-3, NIV).

Yours for helping to fulfill the Great Commission each year until our Lord returns,

Bill Bright


--
นอกจากผมจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์แล้ว ผมยังทำกิจกรรมพิเศษ คืออธิษฐานเผื่อคนเจ็บป่วยที่รักษายาก หรือเป็นๆ หายๆ อาการหนักไหล่ หนักหลัง ปวดทุกชนิด ขับวิญญาณ ช่วยปลดปล่อยคนออกจากความกลัว อาการทางจิตที่ติดตัว อาการถูกวิญญาณรบกวน สิ่งเหล่านี้ฟังดูเหมือนกับการโกหก หากท่านสนใจเรื่องนี้ลองอ่านบันทึกกิจกรรม และความคิดเห็น ประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ 

My ministry is to help people who are suffering from serious sickness, incurable diseases and many other problems caused by unseen unknown causes, or powers. 

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554

คดีฟ้องเกี่ยวกับ ไม้กางเขน

22 MARCH 2011

ฟาติมาสาร - ในที่สุด ศาลก็สั่งให้ยุโรปแขวนไม้กางเขนได้!! (27 มีนาคม 2011)
Posted by editor@popereport.com on 23:24


ใจจริงแล้ว ผมอยากตั้งชื่อบทความวันนี้ว่า
"ประตูนรกไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้" แต่กลัวว่า
แฟนขาจรที่อ่านชื่อบทความก่อน (ถ้าชื่อน่าสนใจ ค่อยอ่านเนื้อหา)
อาจจะไม่เข้าใจเนื้อหาที่ผมต้องการจะสื่อในวันนี้


หากยังจำได้ ผมเคยเล่าไปหลายครั้งว่า ตอนนี้
ทวีปยุโรปกำลังมีประเด็นคาราคาซังเกี่ยวกับ "ไม้กางเขน"
เรื่องมันมีอยูว่า ค.ศ.2009 "ซอยเล่ ลาอุตซี่" คุณแม่ชาวฟินแลนด์
(แต่แต่งงานกับหนุ่มอิตาเลี่ยน) ได้ส่งลูกน้อย 2
คนเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่งใกล้ๆกับเมืองเวเนเซีย (เวนิส)
ประเทศอิตาลี ผมไม่แน่ใจว่า โรงเรียนดังกล่าว
บริหารงานโดยบุคลากรของพระศาสนจักรหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ
โรงเรียนแห่งนี้แขวนไม้กางเขนไว้ทุกห้องเรียน
ซึ่งมันสร้างความไม่พอใจและเดือดดาลแบบสุดๆให้กับคุณแม่ลูกสองคนนี้เป็นอย่างมาก

เหตุผลที่ทำให้คุณแม่คนนี้ไม่พอใจและไปต่อว่าผู้อำนวยการโรงเรียนก็คือ
"ฉันและลูกๆ ไม่เชื่อพระเจ้า พวกเราไม่นับถือศาสนาใดๆ
การที่โรงเรียนแขวนไม้กางเขนตามห้องเรียนซึ่งลูกของฉันต้องเข้าไปนั่งในนั้นทุกวัน
มันไม่ต่างไปจากการยัดเยียดและละเมิดสิทธิของคนที่ไม่นับถือศาสนา
รู้ไว้ด้วยว่า ไม้กางเขนกำลังทำลายเสรีภาพส่วนบุคคลของผู้ที่ไม่นับถือศาสนาชัดๆ"

แม้จะเจอคำต่อว่าเข้าไป ผู้อำนวยการโรงเรียนก็ตั้งสติและปฏิเสธไปว่า
"เป็นไปไม่ได้ที่เราจะนำไม้กางเขนออกจากฝาผนังห้องเรียน จริงอยู่
การแขวนไม้กางเขนบนฝาผนังไม่ใช่ข้อบังคับในอิตาลี
แต่มันเป็นจารีตประเพณีที่พวกเราทำกันด้วยความเต็มใจและทำมาช้านาน"

อย่างไรก็ตาม คุณแม่ลูกสองคนนี้ก็ไม่ท้อ
เธอเดินหน้าฟ้องศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปที่เมืองสตราส์บูร์ก ประเทศฝรั่งเศส
หลังจากเธอยื่นคำร้องแล้ว มีรายงานข่าวว่า ศาลค่อนข้างอึ้งกับกรณีแบบนี้
มันเป็นคดีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในยุโรป
เนื่องจากยุโรปเป็นทวีปที่เติบโตมาจากประวัติศาสตร์คริสตศาสนา คนยุโรป 99
เปอร์เซ็นต์ "ภูมิใจสุดๆ" กับประวัติศาสตร์ของตน
พวกเขาจะเย้ยคนอเมริกันว่า
เป็นพวกไม่มีประวัติศาสตร์และไม่มีรากเหง้าวัฒนธรรม (ดูง่ายๆ
เราไม่ค่อยเห็นคนยุโรปโอนสัญชาติ เพราะเขาภูมิใจกับชาติของตน)
อีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้ศาลงงก็คือ ไม้กางเขนไม่ได้ทำอะไรผิด ตรงกันข้าม
ไม้กางเขนสอนให้มนุษย์รู้จักรักและให้อภัย (การต่อสู้ในชั้นศาลครั้งนี้
"ซอยเล่ ลาอุตซี่" เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ส่วนคนที่เป็นจำเลยคือรัฐบาลอิตาลี)

ปี 2010 ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปได้ทำการตัดสินคดีดังกล่าว ปรากฏว่า "ซอยเล่
ลาอุตซี่" เป็นฝ่ายชนะ เท่ากับว่า จากนี้ไป
ไม้กางเขนจะเป็นสิ่งต้องห้ามในสถานที่สาธารณะทุกแห่งของอิตาลี อาทิ
โรงเรียน, โรงพยาบาล และสถานที่ราชการทุกแห่ง ผลจากการตัดสินครั้งนั้น
ได้สร้างความผิดหวังครั้งใหญ่ให้กับวาติกันและพระสันตะปาปาเป็นอย่างมาก
ผมจำได้เลยว่า พระสันตะปาปาเคยออกมาประณามเรื่องนี้
โดยพระองค์ย้อนถามไปว่า "พระเยซูผู้ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ทำผิดอะไร
ทำไมสังคมต้องจ้องทำลายพระองค์ถึงเพียงนี้"

วันเวลาผ่านไปเกือบ 1 ปี ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม 2011
รัฐบาลอิตาลีได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปอีกครั้ง ปรากฏว่า
คราวนี้ ทุกอย่างพลิก!
ศาลพิพากษาให้ไม้กางเขนเป็นสิ่งถูกกฏหมายในที่สาธารณะของอิตาลี (มติ 15
ต่อ 2)

ครั้งนี้ ศาลให้เหตุผลว่า "หลังจากไตร่ตรองอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว
ศาลไม่พบว่า ไม้กางเขนที่ถูกแขวนไว้บนผนังห้องเรียน
จะชี้นำนักเรียนให้มาเป็นคาทอลิก ศาลไม่พบว่า
ไม้กางเขนจะไปทำร้ายสิทธิเสรีภาพของผู้ไม่นับถือศาสนาใดๆ"

เมื่อการพิพากษาออกมาแบบนี้ ครอบครัวลาอุตซี่ได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า
"พวกเราผิดหวังที่ศาลไม่เคารพสิทธิเสรีภาพและหลักการของสังคมอิตาเลี่ยน"
(แต่ผมว่า สังคมอิตาเลี่ยน
ได้รับการหล่อหลอมด้วยวัฒนธรรมคาทอลิกมาหลายศตวรรษไม่ใช่หรือ)

ทางด้าน "ฟรังโก้ ฟรัตตินี่" รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี
ซึ่งขึ้นศาลเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ไม้กางเขน
ก็ให้สัมภาษณ์ด้วยความยินดีว่า
"นี่คือการตัดสินที่ตั้งอยู่บนสิทธิของพลเมืองอิตาเลี่ยนที่จะปกป้องค่านิยมและเอกลักษณ์ของชาติตัวเอง"

ขณะที่ "คุณพ่อเฟเดริโก้ ลอมบาร์ดี้" ผู้อำนวยการสื่อมวลชนวาติกัน
ก็กล่าวเรื่องนี้ด้วยยินดีว่า
"นี่คือผลการตัดสินที่สำคัญและมีความหมายมากๆต่อประวัติศาสตร์ยุโรป
นี่เป็นคดีที่ยาก
แต่ศาลได้ช่วยปกป้องประวัติศาสตร์ยุโรปซึ่งก่อร่างสร้างตัวจากคริสตศาสนาให้ดำรงสืบไป
เมื่อใดก็ตามที่ยุโรปถูกสั่งห้ามแขวนไม้กางเขน
เมื่อนั้นยุโรปก็สูญเสียเอกลักษณ์แท้จริงของตัวเองไปแล้ว"

เป็นอันว่า ไม้กางเขนไม่ใช่ "ของต้องห้าม" ในสังคมอิตาเลี่ยนอีกต่อไป
กรณีที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า มนุษย์พยายามแสวงหาเสรีภาพแบบเกินเหตุ
บางที ข้ออ้างที่บอกว่า ไม้กางเขนทำลายเสรีภาพของคนไม่นับถือศาสนา
จัดเป็นข้ออ้างที่ไร้น้ำหนักและไร้เหตุผลมากๆ
ไม้กางเขนเป็นเครื่องเตือนใจให้คนทำดีและให้อภัย
ไม่ใช่เครื่องปลุกปั่นให้คนต้องมาสู้รบกัน ดังนั้น
มองไม่เห็นเหตุผลเลยว่า ทำไมเราต้องพยายามกำจัดไม้กางเขนกันขนาดนี้

การพยายามกำจัดไม้กางเขนออกจากสังคม (หรือทำให้กลายเป็นส่วนเกินของสังคม)
กำลังเป็นประเด็นร้อนในทวีปยุโรป นอกจากอิตาลี ก็มี สเปน
ที่รัฐบาลท้องถิ่นในบางแคว้นสั่งห้ามไม่ให้แขวนไม้กางเขนไว้ในห้องเรียน
เพราะละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนที่ไม่ใช่คริสตชน
เรื่องแบบนี้จัดเป็นกรณีที่น่าสนใจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า
มันจะไม่เกิดกับเมืองไทยของเราก็แล้วกัน (แต่ถ้าเกิด
ก็ลองใช้เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นกรณีศึกษาก็ได้)

--
นอกจากผมจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์แล้ว ผมยังทำกิจกรรมพิเศษ คืออธิษฐานเผื่อคนเจ็บป่วยที่รักษายาก หรือเป็นๆ หายๆ อาการหนักไหล่ หนักหลัง ปวดทุกชนิด ขับวิญญาณ ช่วยปลดปล่อยคนออกจากความกลัว อาการทางจิตที่ติดตัว อาการถูกวิญญาณรบกวน สิ่งเหล่านี้ฟังดูเหมือนกับการโกหก หากท่านสนใจเรื่องนี้ลองอ่านบันทึกกิจกรรม และความคิดเห็น ประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ 

My ministry is to help people who are suffering from serious sickness, incurable diseases and many other problems caused by unseen unknown causes, or powers. 

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

Watch your steps, or distraction

Keep your eyes on me (Judges 7:17, NLT).

Dear Friends,

One morning a farmer told his wife that he was going out to plow the "south forty."

He got off to an early start so he could oil the tractor. He needed more oil, so he went to the shop to get it. On the way to the shop he noticed the pigs weren't fed. So he proceeded to the corn crib, where he found some sacks of feed. The sacks reminded him that his potatoes were sprouting. Then when he started for the potato pit, he passed the woodpile and remembered that his wife wanted wood in the house. As he picked up a few sticks, an ailing chicken passed by. He dropped the wood and picked up the chicken.

When evening arrived, the frustrated farmer had not even gotten to the tractor, let alone to the field.

Have you ever intended to do something you knew was very important, but found yourself in a similar situation -- distracted by many other seemingly important tasks, which kept you from accomplishing your main objective?

Distraction is a common temptation to keep us from doing what is most important. Yes, all these little things may be important, but if we are not careful we will find ourselves drifting aimlessly from one project to another, and ineffective. We need to be focused.

For many years, one of the first things I do every morning is to evaluate all the day's competing demands against a single criterion: How will each opportunity enable me to maximize my contribution to helping fulfill the Great Commission? I prioritize accordingly. Some of the demands go to the top of my list, some down the list, and some get eliminated.

The principal calling on my life is to help fulfill the Great Commission, and by God's grace, He has enabled me to remain focused. A chief characteristic of Campus Crusade for Christ is that we have remained focused and have not allowed ourselves to be diverted along the many possible rabbit trails that have come along to tempt us. This, too, is God's grace and protection, and a main reason the movement has exploded to 196 countries with a full-time staff of more than 27,000 and with up to 550,000 trained volunteers.

Every believer is expected to follow priorities: God first, spouse second, children third, and ministry fourth. Whether as a minister or layperson, God has called all of us to help fulfill the Great Commission.

We all should prioritize our lives in this manner, and stay focused. Then when we are on our way to our "south forty," we will not be distracted by the likes of pigs, wood piles and sick chickens in our lives.

Yours for helping to fulfill the Great Commission each year until our Lord returns,

Bill Bright


--
นอกจากผมจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์แล้ว ผมยังทำกิจกรรมพิเศษ คืออธิษฐานเผื่อคนเจ็บป่วยที่รักษายาก หรือเป็นๆ หายๆ อาการหนักไหล่ หนักหลัง ปวดทุกชนิด ขับวิญญาณ ช่วยปลดปล่อยคนออกจากความกลัว อาการทางจิตที่ติดตัว อาการถูกความขมขื่นใจ เจ็บแค้น ถูกวิญญาณรบกวน ได้ยินเสียงแว่ว เรียกชื่อ สิ่งเหล่านี้ฟังดูเหมือนกับเรื่องตลก หากท่านสนใจเรื่องนี้ลองอ่านบันทึกกิจกรรม และความคิดเห็น ประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ 

My ministry is to help people who are suffering from serious sickness, incurable diseases and many other problems caused by unseen unknown causes, or powers. 

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554

Fwd: www.KaoChristian.com รัฐมนตรี'คริสเตียน'ปากีสถานถูกสังหารกลางวันแสกๆ


รัฐมนตรี'คริสเตียน'ปากีสถานถูกสังหารกลางวันแสกๆ   (ข่าวย้อนหลัง)

โดย ไซเอด ซาลีม ชาห์ซาด 6 มีนาคม 2554



      (เก็บความจากเอเชียไทมส์ออนไลน์ www.atimes.com)

      Pakistani minister gunned down
      By Syed Saleem Shahzad
      02/03/2011

      กลุ่มหัวรุนแรงที่มีความเกี่ยวข้องโยงใยกับพวกอัลกออิดะห์
ยิงสังหารโหด ชาห์บาซ ภัตตี
รัฐมนตรีดูแลกิจการชนกลุ่มน้อยของรัฐบาลกลางปากีสถาน ตอนกลางวันแสกๆ
เมื่อวันพุธ(2)ที่ผ่านมา ใบปลิวที่คนร้ายเหล่านี้ทิ้งเอาไว้ ณ
ที่เกิดเหตุในกรุงอิสลามาบัด ระบุว่า
รัฐมนตรีผู้นี้ซึ่งเป็นรัฐมนตรีที่เป็นคริสเตียนเพียงคนเดียวของประเทศในปัจจุบัน
ถูกกำจัดเนื่องจากการที่เขาคัดค้านกฎหมายห้ามการดูถูกดูหมิ่นศาสนาฉบับปัจจุบันที่มีเนื้อหาเข้มงวดรุนแรงยิ่ง
โดยกำหนดบทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตต่อผู้ที่ถูกตัดสินว่ากระทำความผิดแม้เพียงพูดจาจาบจ้วงศาสนาอิสลาม

      อิสลามาบัด, ปากีสถาน -
พวกหัวรุนแรงที่อยู่ในเครือข่ายของกลุ่มอัลกออิดะห์ ก่อเหตุสังหารโหด
ชาห์บาซ ภัตตี (Shahbaz Bhatti)
รัฐมนตรีดูแลกิจการชนกลุ่มน้อยของรัฐบาลกลางปากีถสาน ตอนกลางวันแสกๆ
เมื่อวันพุธ(2)ที่ผ่านมา จากนั้นก็อาศัยรถยนต์หลบหนีจากที่เกิดเหตุ

      คนร้ายที่มีอยู่ทั้งสิ้น 4 คนได้ทิ้งใบปลิวเอาไว้ซึ่งระบุว่า
กลุ่ม เตห์ริก-อี-ตอลิบาน ปากีสถาน (Tehrik-e Taliban Pakistan
ใช้อักษรย่อว่า TTP แปลว่ากลุ่มตอลิบานปากีสถาน Pakistani Taliban)
และกลุ่ม ฟิดายัน-อี-อัล-กออิดะห์ (Fidayan-e-al-Qaeda) ทำการสังหารภัตตี
ซึ่งเป็นชาวคริสต์เพียงคนเดียวในคณะรัฐมนตรีเวลานี้
เนื่องจากการที่เขาคัดค้านกฎหมายห้ามการดูถูกดูหมิ่นศาสนาฉบับปัจจุบันที่มีเนื้อหาเข้มงวดรุนแรงยิ่ง
โดยกำหนดบทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตต่อผู้ที่ถูกตัดสินว่ากระทำความผิดแม้เพียงพูดจาจาบจ้วงศาสนาอิสลาม

      เอห์ซานุลเลาะห์ อาห์ซัน (Ehsanullah Ahsan) โฆษกของ TTP
ก็ได้โทรศัพท์ถึงสื่อมวลชนต่างๆ ระบุยืนยันว่า
องค์การของเขาเป็นผู้รับผิดชอบการลอบสังหารคราวนี้

      ภัตตีกำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี
เมื่อตอนที่พวกคนร้ายบุกเข้าไปในย่านที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นที่พำนักของชาวต่างประเทศและข้าราชการพลเรือนระดับสูงเสียส่วนใหญ่
กลุ่มหัวรุนแรงเหล่านี้ได้สกัดรถยนต์ของเขาเอาไว้จากนั้นจึงสาดกระสุนเข้าใส่

      การฆ่าโหดคราวนี้บังเกิดขึ้นภายหลังเหตุลอบสังหาร ซัลมัน ตอเซียร์
(Salman Taseer) ผู้ว่าการแคว้นปัญจาบ เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา
โดยที่ตอเซียร์ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายห้ามการดูถูกดูหมิ่นศาสนาอย่างแข็งขัน
รวมทั้งกำลังรณรงค์เรียกร้องประธานาธิบดี
ให้อภัยโทษแก่แม่บ้านชาวคริสต์ผู้หนึ่งที่ถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิตด้วยความผิดฐานพูดจาจาบจ้วงศาสนาอิสลาม
มือสังหารตอเซียร์ที่ชื่อ มาลิก มุมตัซ กอดรี (Malik Mumtaz Qadri )
เป็นหนึ่งในทีมองครักษ์ของผู้ว่าการแคว้นปัญจาบเอง
เขาให้การรับสารภาพอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า
ที่สังหารตอเซียร์ก็สืบเนื่องจากการที่เขามาวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายฉบับดังกล่าวนั่นเอง

      ภัตตี เป็นหัวหน้าของกลุ่มพันธมิตรชนกลุ่มน้อยทั่วประเทศปากีสถาน
(All Pakistan Minorities Alliance)
เขาแถลงในตอนที่เขายอมรับตำแหน่งนี้ว่า ต้องการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของ
"ผู้ที่ถูกกดขี่, ถูกเหยียบย่ำ, และไร้อำนาจวาสนา" ของปากีสถาน
และเขาต้องการอุทิศชีวิตของเขาให้แก่
"การต่อสู้เพื่อความเสมอภาคเท่าเทียมกันของมนุษย์, ความยุติธรรมของสังคม,
เสรีภาพทางศาสนา,
และเพื่อปรับปรุงยกระดับและเพื่อกระจายอำนาจให้แก่บรรดาชุมชนชนกลุ่มน้อยทางศาสนา"

      ภายหลังที่ตอเซียร์ถูกสังหารไปแล้ว
พวกหน่วยข่าวกรองได้เตือนว่าอาจจะมีการเล่นงานภัตตี ตลอดจน เชอร์รี
เราะห์มาน (Sherry Rahman) สมาชิกรัฐสภาที่เคยเป็นรัฐมนตรีข่าวสาร
ทั้งนี้ ตอเซียร์, ภัตตี, และเราะห์มาน
ได้ร่วมมือกันนำพาภาคส่วนของสังคมที่เป็นฝ่ายเสรีนิยม
ออกรณรงค์สร้างกระแสประชามติคัดค้านกฎหมายห้ามการดูถูกดูหมิ่นศาสนา
ซึ่งพวกเขาขนานนามว่าเป็น "กฎหมายสีดำ"
เราะห์มานยังได้ยื่นเสนอร่างกฎหมายสู่รัฐสภาเพื่อขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมายฉบับนี้อีกด้วย

      รัฐบาลปากีสถานนั้นได้ใช้ท่าทีถอยห่างแยกตัวเองจากบุคคลทั้ง 3
โดยสิ้นเชิง และยิ่งหลังจากตอเซียร์ถูกลอบสังหารแล้ว
ก็ยิ่งแถลงประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่า
จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ใดๆ ทั้งสิ้น

      ทว่า ภัตตี กับ เราะห์มาน ก็ยังคงออกมาพูดกับสาธารณชนต่อไปอีก
และบัดนี้รัฐมนตรีผู้นี้ก็มาถูกสังหารโหดไปอีกคนหนึ่ง

      พวกหัวรุนแรงแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า
พวกเขาตั้งใจที่จะทำลายข้อตกลงหยุดยิงซึ่งมีเนื้อหาระบุว่าพวกเขาจะไม่เข้าโจมตีเมืองใหญ่ๆ
ทั้งหลายของปากีสถาน
และทางเจ้าหน้าที่ความมั่นคงก็แสดงความหวาดวิตกว่าจะมีกิจกรรมก่อการร้ายขนาดใหญ่เกิดขึ้นในปีนี้
ในเมื่อพวกหัวรุนแรงได้กลับมารวมกลุ่มกันใหม่ในหลายๆ
บริเวณของเขตพื้นที่ชาวชนเผ่า ตลอดจนในตัวเมืองใหญ่ๆ ของแคว้นไคเบอร์
ปัคตูนควา (Khyber Pakhtoonkhwa)
หลังจากที่พวกเขาต้องล่าถอยกระจายกำลังออกไปในปีที่แล้ว อันที่จริง
ในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมืองมัรดัน (Mardan) ซึ่งอยู่ใกล้ๆ
กับกรุงอิสลามาบัด
ก็เผชิญกับการโจมตีอย่างอุกอาจชนิดเป็นข่าวเกรียวกราวอย่างน้อยที่สุด 3
ครั้งแล้ว เป็นต้นว่า การโจมตีโรงเรียนหญิงแห่งหนึ่งเมื่อวันอังคาร(1)

      สำหรับเหตุลอบสังหารรัฐมตรีภัตตีนั้น
พวกคนร้ายมีการวางแผนการกันอย่างรอบรอบ ทั้งนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า
พวกหัวรุนแรงเหล่านี้ได้มาสำรวจพื้นที่, สืบทราบตารางเวลากำหนดการของเขา,
จัดพิมพ์ใบปลิวประกาศความรับผิดชอบเตรียมเอาไว้ล่วงหน้า,
และสามารถผ่านเข้าผ่านออกย่านซึ่งถือกันว่ามีการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี
โดยที่พวกเขาไม่ได้รับอันตรายอะไรเลย
สภาพเช่นนี้ย่อมเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า
พวกหัวรุนแรงเหล่านี้กำลังมีสมรรถนะเพิ่มมากขึ้นในการเข้าโจมตีเป้าหมายใดๆ
ก็ตามที่ต้องการ
แม้กระทั่งเป็นเป้าหมายที่รัฐบาลมีการรักษาความปลอดภัยอย่างดีที่สุด

      เหตุการณ์คราวนี้ยังทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับรากเหง้าทางอุดมการณ์ของการใช้ความรุนแรงในปากีสถานอีกด้วย
ถึงแม้ฝ่ายรัฐบาลประสบความสำเร็จในการออกปฏิบัติการทางทหารในเขตสวัต
(Swat), เซาท์วาซิริสถาน (South Waziristan), และพื้นที่ชาวชนเผ่าอื่นๆ
ทว่าก็ยังไม่สามารถที่จะถอนรากถอนโคนพวกหัวรุนแรง

      จนกว่าจะมีการอภิปรายถกแถลงกันในเชิงอุดมการณ์อย่างมีเหตุมีผลและเปิดกว้างนั่นแหละ
จึงจะสามารถสร้างความพ่ายแพ้ให้แก่ประดาข้อโต้แย้งของพวกหัวรุนแรงด้วยสำนวนภาษาแบบของคนเหล่านี้เองด้วย
ไม่เช่นนั้นแล้ว
แนวความคิดว่าด้วยการสร้างความมั่นคงปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ขึ้นมาในสังคมปากีสถาน
ก็จะยังคงเป็นแต่เพียงความฝันอันห่างไกลต่อไป

      ไซเอด ซาลีม ชาห์ซาด
เป็นหัวหน้าโต๊ะปากีสถานของเอเชียไทมส์ออนไลน์
เขาเป็นผู้เขียนหนังสือที่กำลังจะออกจำหน่ายในเร็วๆ นี้ซึ่งใช้ชื่อ
Inside Al-Qaeda and the Taliban 9/11 and Beyond จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์
Pluto Press สหราชอาณาจักร สำหรับที่อยู่ทางอีเมล์ของเขาคือ
saleem_shahzad2002@yahoo.com

--

---------- จดหมายที่ถูกส่งต่อ ----------
จาก: ข่าวคริสตชน <kaochristian.editor@gmail.com>
วันที่: 19 มีนาคม 2554, 9:46
หัวเรื่อง: www.KaoChristian.com รัฐมนตรี'คริสเตียน'ปากีสถานถูกสังหารกลางวันแสกๆ
ถึง: "ส่งข่าว christianthai@googlegroups.com" christianthai@googlegroups.com

.............................................................................--
นอกจากผมจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์แล้ว ผมยังทำกิจกรรมพิเศษ คืออธิษฐานเผื่อคนเจ็บป่วยที่รักษายาก หรือเป็นๆ หายๆ อาการหนักไหล่ หนักหลัง ปวดทุกชนิด ขับวิญญาณ ช่วยปลดปล่อยคนออกจากความกลัว อาการทางจิตที่ติดตัว อาการถูกวิญญาณรบกวน สิ่งเหล่านี้ฟังดูเหมือนกับการโกหก หากท่านสนใจเรื่องนี้ลองอ่านบันทึกกิจกรรม และความคิดเห็น ประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ 

My ministry is to help people who are suffering from serious sickness, incurable diseases and many other problems caused by unseen unknown causes, or powers. 

หมอบรัดเลย์ บิดาแห่งหนังสือพิมพ์ไทย _ บทความเนื่องในวันหนังสือพิมพ์แห่งชาติ


หมอบรัดเลย์ บิดาแห่งหนังสือพิมพ์ไทย _
บทความเนื่องในวันหนังสือพิมพ์แห่งชาติ (5 มีนา 2554)

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม 2554   คมชัดลึก คอลัมภ์กระจกเงา:

เมื่อต้นแผ่นดินรัชกาลที่ 3 มีกัปตันฝรั่งอังกฤษนายหนึ่ง
ถือปืนไปเที่ยวเล่นที่บ้านพวกมิชชันนารี
แล้วอุตริแวะวัดเกาะยิงนกพิราบเล่น โดยยิงนกพิราบตายไป 2 ตัว
ปืนกังวานไปทั้งวัด ขณะที่พระวัดเกาะกำลังสวดมนต์เย็นอยู่ในโบสถ์

 พระทั้งหลายเหล่านี้จึงได้กรูกันออกจากโบสถ์มาช่วยกันรุมตีและกระทืบกัปตันฝรั่งอังกฤษนายนี้อาการถึงปางตาย

 แต่ว่าโชคก็ยังดีที่ได้มิชชันนารีอเมริกันหนุ่มหนึ่งเข้ามาเยียวยารักษาอาการไว้ได้ทัน
กัปตันฝรั่งอังกฤษถึงได้รอดตายมาได้ และเรื่องไม่บานปลายออกไป
กลุ่มพระสงฆ์นักบู๊ของไทยถูกทัณฑกรรม เพียงแค่ให้นั่งตากแดดครึ่งวัน
เรื่องก็จบลงด้วยดี

 มิชชันนารีอเมริกันผู้นี้คือ หมอบรัดเลย์
ที่เพิ่งจะมาถึงเมืองไทยและกรุงเทพฯ ครั้งแรกในวัย 30 ปีเศษ
อันเป็นปีแรกในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3

 วิลเลียม บรัดเลย์ หรือว่า "ปลัดเลย์"
ของคนไทยคือหมอสอนศาสนาชาวอเมริกันที่เดินทางเข้ามาเมืองไทยได้ปีเดียว
ก็พูดภาษาไทยได้โดยเรียนรู้จากครูสอนภาษาไทย และชาวบ้านคนไทยผู้เป็นคนไข้
คนกรุงเทพฯ สมัยนั้นต่างรู้จัก หมอบรัดเลย์ดี
ฝรั่งที่กางร่มถือกระเป๋ายาและใส่หมวกทรงสูงรักษาคนเจ็บป่วยฟรี
และสอนคริสต์ศาสนาไปด้วย

 หมอบรัดเลย์ เริ่มพิมพ์ใบสอนศาสนาเป็นภาษาไทยก่อน หลังจากนั้นอีกเกือบ
10 ปีต่อมาถึงได้ออกหนังสือพิมพ์ภาษาไทยขึ้นเป็นฉบับแรกในโลก

 บางกอกรีคอเดอร์ คือ หนังสือพิมพ์ภาษาไทยฉบับแรกที่เป็นรายปักษ์
ซึ่งหมอบรัดเลย์ได้ซื้อทั้งแท่นพิมพ์กับตัวหล่อภาษาไทยมาจากสิงคโปร์
ตีพิมพ์ครั้งแรกในปีพ.ศ.2387 สมัยรัชกาลที่ 3 โดยมี หมอบรัดเลย์
เป็นทั้งบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นักข่าว และนักเขียน
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้มีอายุอยู่นานถึง 1 ปี 3 เดือน

 เหตุที่หนังสือพิมพ์ต้องหยุดออกปิดตัวก็เพราะเมียหมอบรัดเลย์ตาย
หมอจึงจำต้องพาลูกชาย หญิงเล็กๆ กลับสหรัฐอเมริกาไปนานถึง 5 ปี
ถึงได้กลับมากรุงเทพฯ ใหม่ พร้อมกับเมียใหม่
และคิดออกหนังสือพิมพ์ใหม่อีกครั้ง

 บางกอกรีคอเดอร์
ฉบับภาษาไทยครั้งนี้ออกในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่
4 ที่ห่างจากครั้งแรกนานถึง 21 ปี และหมอบรัดเลย์ตอนนี้ก็มีอายุเข้า 60
ปีเศษแล้ว

 หนังสือพิมพ์ยุคใหม่ของหมอบรัดเลย์นี้
ได้สั่งแท่นพิมพ์จากสหรัฐอเมริกาเข้ามาโดยตรง
หลังจากที่ได้ปฏิรูปตัวเรียงหล่อภาษาไทยขึ้นใหม่ในสิงคโปร์ก่อน
บางกอกรีคอเดอร์ในยุคนี้จึงสง่างามทั้งในการจัดหน้า เข้าหน้า
และการใช้เส้นสาย ตลอดไปจนถึงความคงทนของกระดาษพิมพ์

 ไม่เชื่อก็ไปหาดูที่หอสมุดแห่งชาติทุกวันนี้กันได้ครับ

 ในยุคปลายรัชกาลที่ 4 หมอบรัดเลย์ได้ชื่อว่าเป็น "ราชาหนังสือพิมพ์"
ในเมืองไทย เพราะเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์รายต่างๆ
กันทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษรวม 4-5 ฉบับ
ตั้งอาณาจักรโรงพิมพ์อยู่ที่ละแวกปากคลองบางหลวง

 คุณูปการที่หมอบรัดเลย์ได้สร้างเอาไว้สำหรับสังคมไทย
โดยนวัตกรรมอย่างหนังสือพิมพ์ในขณะนั้น เมื่อกว่าศตวรรษครึ่งมาแล้ว
ก็คือเป็นสะพานสายแรกแห่งถนนข่าวสารในการเชื่อมโลกของสังคมไทยกับตะวันตกให้ได้รับรู้ซึ่งกันและกัน
มีนับตั้งแต่เรื่องการปกครองอย่างประชาธิปไตยจนถึงเรื่องการเศรษฐกิจค้าขาย
อย่างเรือเดินทะเลเข้าออกและการแลกเปลี่ยนเงินตรา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญญาชนไทยได้รู้ข่าวคราวจากโลกภายนอกและเทคโนโลยีใหม่ก็จากหนังสือพิมพ์ทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษของ
หมอบรัดเลย์ นี้

 หมอบรัดเลย์ คนจากเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา คือนักหนังสือพิมพ์ไทยผู้มาก่อนใครอื่น

 ผมเป็นนักเรียนเก่าคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ต้องเรียนเรื่องของ หมอบรัดเลย์
ก็ขอรำลึกนึกถึง หมอบรัดเลย์ ครับ แม้ว่าวันนักข่าว วันที่ 5 มีนาคมนั้น
ได้ผ่านมาเป็นสัปดาห์แล้วก็ตาม
---------- จดหมายที่ถูกส่งต่อ ----------
จาก: ข่าวคริสตชน <kaochristian.editor@gmail.com>
วันที่: 19 มีนาคม 2554, 10:31
หัวเรื่อง: www.KaoChristian.com หมอบรัดเลย์ บิดาแห่งหนังสือพิมพ์ไทย _ บทความเนื่องในวันหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
ถึง: "ส่งข่าว christianthai@googlegroups.com" christianthai@googlegroups.com


--
นอกจากผมจะทำหน้าที่เป็นอาจารย์แล้ว ผมยังทำกิจกรรมพิเศษ คืออธิษฐานเผื่อคนเจ็บป่วยที่รักษายาก หรือเป็นๆ หายๆ อาการหนักไหล่ หนักหลัง ปวดทุกชนิด ขับวิญญาณ ช่วยปลดปล่อยคนออกจากความกลัว อาการทางจิตที่ติดตัว อาการถูกวิญญาณรบกวน สิ่งเหล่านี้ฟังดูเหมือนกับการโกหก หากท่านสนใจเรื่องนี้ลองอ่านบันทึกกิจกรรม และความคิดเห็น ประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ 

My ministry is to help people who are suffering from serious sickness, incurable diseases and many other problems caused by unseen unknown causes, or powers.